พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี เด็กหญิงวัย 7 ขวบ นักเรียนชั้นป.1 แห่งนึงใน อ.กระสัง จว.บุรีรัมย์ ถูกกลุ่มเพื่อนวัย 7 –10ปีรุมทำอนาจาร ตามที่ปรากฎในสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.กระสัง ภ.จว.บุรีรัมย์ ว่า พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้ปกครองของเด็กหญิงที่ได้เสียหาย เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2651 เวลาประมาณ 17.30 น. ได้มีกลุ่มเด็กผู้ชายอายุ 7-10 ปี รวม 3 คน ได้ร่วมกันทำอนาจารและทำร้ายร่างกายของผู้เสียหาย บริเวณแอ่งน้ำในสระน้ำสาธารณะกลางหมู่บ้าน แล้วผู้ปกครองของเด็กหญิงผ่านมาเห็นจึงรีบวิ่งเข้าไปดู กลุ่มเด็กผู้จึงได้วิ่งหลบหนีไป จึงรีบพาเด็กหญิงไปส่งโรงพยาบาลกระสัง ก่อนจะถูกส่งต่อมาที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ และต่อมาจึงได้มาร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มเด็กผู้ชายตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งพนักงานสอบสวนของ สภ.กระสัง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวบุรีรัมย์ ได้ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ทำแผนที่ สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง เก็บวัตถุพยานและส่งตัวผู้เสียหายให้แพทย์ทำการตรวจร่างกาย อีกทั้งยังได้รับแจ้งจาก หน.บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.บุรีรัมย์ ว่า จากการสอบถามรายละเอียดจากเด็กผู้เสียหาย ก็ยังให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ส่วนร่องรอยที่พบก็มีเพียงอวัยวะเพศบวมแดง และมีอาการปวดท้อง ซึ่งก็ยังรักษาตัวที่ รพ. แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันจากแพทย์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องให้ความคุ้มครองสิทธิเด็กทั้งผู้กระทำ และผู้ถูกกระทำทั้งสองฝ่าย
อีกทั้งจะต้องเข้าไปเยี่ยวยาด้านจิตใจทั้งฝ่ายผู้เสียหาย และฝ่ายผู้ก่อเหตุ เพราะเป็นเด็กอายุน้อยทั้งหมด
รองโฆษก ตร. ยังกล่าวต่ออีกว่า ในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรวดเร็ว ใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการรวบรวมพยานหลักฐาน และร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพในการดูแลและคุ้มครองสิทธิเด็กทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม มีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน ยึดตามหลักกฏหมาย สอดคล้องกับนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำให้ ดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ ยึดหลักกฎหมาย โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อทำความจริงให้ปรากฎ และสามารถตอบคำถามต่อสังคมได้

