ต้องให้โลกวัชชะ ! ผบก.ป.ลั่น พระเถระเสพเมถุนเมียหมอนวด เรื่องจริง ใครให้ที่ซ่อนเจอคุก

27.05.18 | 06:19 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวถึงการติดตามตัว พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯและ พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ  ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีว่า ขณะนี้ในส่วนของกองปราบยังไม่ได้รับการติดต่อมอบตัวมาอย่างเป็นทางการ ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนตามตัวและกดดันอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของ พระพรหมสิทธิ นั้นจากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่าจะยังซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพฯไม่ได้หนีไปไหนไกล ส่วนพระพรหมเมธี เจ้าหน้าที่ก็ยังคงแกะรอย

ผบก.ป. กล่าวว่า ยืนยันว่าทั้งคู่ยังอยู่ในเมืองไทย และคาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ขอเตือนไปยังคนสนิทของผู้ต้องหารวมทั้งผู้ที่คิดว่าจะให้ความช่วยเหลือ เพราะการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ที่ซุกซ่อนผู้ต้องหานั้นถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 189 ที่ระบุว่า ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีที่ข้อมูลแนวทางการสืบสวนพบว่าพระผู้ใหญ่บางคนที่พฤติกรรมที่มั่วสีกาเข้าข่ายอาบัติปาราชิกเพราะมีเพศสัมพันธ์กับหมอนวดและบางรูปมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสีกาคนสนิทนั้น พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวยอมรับว่า เป็นเรื่องจริงที่พบจากแนวทางการสืบสวนแต่ตำรวจไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเป็นพระผู้ใหญ่รูปไหน ซึ่งในกรณีนี้แม้ว่าจะไม่เป็นการกระทำความผิดอาญา แต่ตำรวจก็จะทำเป็นบันทึกการสืบสวนเพื่อเสนอไปยังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้ทราบถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมควรประจานให้สังคมรู้  ซึ่งขั้นตอนต่อไปสำนักพุทธฯก็จะเสนอไปยังมหาเถระสมาคมเพื่อเป็นข้อมูลพิจารณาในการปลดพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวจากตำแหน่งต่างๆรวมถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งการปลดนั้นจะเป็นมติของมหาเถระสมาคมที่จะพิจารณาต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการติดตามตัวพระพรหมสิทธิ  ว่า เท่าที่ทราบตัวผู้ถูกกล่าวหา น่าจะหลบออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม หลังกลับมาจากไปทำกิจของสงฆ์ที่ พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม แล้วมาฉันภัตตาหารเพลที่วัด เสร็จแล้วก็กลับมายังกุฏิ ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งก็คาดว่าน่าจะใช้เวลาในช่วงดังกล่าวหลบออกจากวัดหลบหนีไปกับลูกศิษย์คนสนิทที่ไว้ใจได้ ขณะนี้กำลังให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบทางเทคนิคเพื่อหาความเคลื่อนไหว ร่วมทั้งเบาะแสความเคลื่อนไหวล่าสุด โดยเชื่อว่าไม่น่าจะหลบหนีไปไหนได้ไกล เพราะตัวท่านเองก็ยังถือว่าเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง ที่ไม่สามารถจะปลอมตัวได้เหมือนกับเพศฆราวาส ซึ่งก็คาดว่าน่าจะหลบอยู่แต่ในบ้านของลูกศิษย์คนใดคนนึงก็เป็นได้