จากกรณีตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม นำกำลังจับกุม พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ 7 รูป พร้อมคุมฆราวาสอีก 4 คน โดยพระสงฆ์ 2 รูปคือ พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯและพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯยังหลบหนี ปฐมเหตุเกิดจากกรณีทลายเครือข่ายทุจริตเงินทอนวัด
เรื่องนี้สั่นสะเทือนวงการสงฆ์!!
พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เพื่อขจัดเรื่องไม่เหมาะ ทำลายสถาบันเสาหลักของประเทศ นั่นคือ สถาบันศาสนา
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเบื้องหลังการออกหมายจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามครั้งนี้ ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนหาข่าวมาตั้งแต่เมื่อปลายปี 2560 หลังได้รับข้อมูลเชิงลึกว่าพระเถระชั้นผู้ใหญ่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม โดย พล.ต.ท.ฐิติราช ได้สั่งการให้ตำรวจในสังกัดทั้งกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) กองบังคับก่ารปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) และ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาว่ามีความจริงแค่ไหน
บก.ปปป.และบก.ปอท รวบรวมเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการเงิน
บก.ป. ดำเนินการสืบสวนในเรื่องพฤติกรรมที่ทำตัวไม่เหมาะสม
ชุดสืบสวนจาก 3 กองบังคับการ นำข้อมูลทั้งหมดมารวบรวม ก่อนตกผลึก
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากการสืบสวนสอบสวนหารายละเอียด เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบเส้นทางการเงินของแต่ละบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอนวัด เจ้าหน้าที่ยังได้สืบสวนเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลต่างๆ ที่พบในคดีนี้ว่า มีความเกี่ยวข้องกับพระเถระผู้ใหญ่ที่ถูกออกหมายจับเป็นในลักษณะใดบ้าง
จนข้อมูลทั้งหมดเริ่มชัดเจน
จึงได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
เริ่มจากกลางเดือนพฤษภาคม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1.บก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ปปง.นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลีรามคำแหง ถ.ราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง บ้านของนางฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเจ้าตัวไม่อยู่ พบแต่ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา เจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทยบุตรชาย อยู่กับภรรยา และน.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ แม่ค้าตลาดสี่มุมเมือง ที่คอยทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน
รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางการสอบสวนเส้นทางการเงินพบน.ส.นุชรา ได้ไปเบิกแคชเชียร์เช็คจากพระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศวรวิหาร 5 ครั้ง ครั้งละ 5 ล้านบาท โดยจัดทำเป็นงบประมาณทำหนังสือและแผ่นซีดีเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่วัดสระเกศได้งบประมาณมาจากสำนักพุทธฯ 30 กว่าล้านบาท
มีนายธีระพงษ์ พันธ์ศรี ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระภายในวัดสระเกศ นำ น.ส.นุชรา ซึ่งถูกตั้งให้เป็นผู้จัดการหจก. ดีดี ทวีคูณ ไปรับเช็ค 5 ครั้ง รวม 25 ล้านบาท เข้าบัญชีน.ส.นุชรา ก่อนที่นายธีระพงษ์ จะพาน.ส.นุชรา ไปเบิกเงินออกมาจากธนาคาร ครั้ง 1.8-1.9 ล้านบาท โดยไม่ยอมเบิกเงินเกิน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า หลังจากได้เงินดังกล่าวมาแล้วได้ส่งอีกทอดไปถึงนางฑัมม์พร โดยในจำนวนนี้เงิน 5 ล้านบาท ส่งให้นายธีระพงษ์
เส้นสายการเงินที่เชื่อมโยง จากหลักฐานทั้งหมดที่พบ จึงนำไปสู่การขอออกหมายจับฆราวาส 4 รายที่พัวพันกับการฟอกเงินครั้งนี้
สำหรับนางฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา อายุ 50 ปี เคยเป็นเจ้าของ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีดี ทวีคูณ รับงานประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้กับวัดสระเกศ ฯจดทะเบียนตั้งขึ้นเมื่อปี 2552
และพบมีความสนิทสนมส่วนตัวกับพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จนได้รับงานจัดทำหนังสือและวีดีโอเผยแผ่พุทธศาสนาให้กับวัดสระเกศ รวมทั้งรายการ วิถีไทย วิถีพุทธ ก่อนจะถอนหุ้นออกมาเมื่อปี 2560 จากนั้นได้มี น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่ค้าขายลูกชิ้นที่ตลาดสี่มุมเมือง เข้ามาถือหุ้น 14.29 เปอร์เซ็นต์ ร่วมกับนายกนกศักดิ์ ภูทองอูบ ที่ถือหุ้น 85.71 เปอร์เซ็น
นอกจากนั้นยังตั้งให้น.ส.นุชรา เป็นผู้จัดการ ดูแลเรื่องการเบิกเงินจากวัดสระเกศฯทั้งหมดด้วย
เป็นที่มาของการออกหมายจับ และคุมตัว สงฆ์ และฆราวาส ทั้งหมด!!

