สำหรับการบุกรวบ 4 ฆราวาส ที่โยงคดีเงินทอนวัด ในวันที่จับกุมพร้อมกับ 5 พระเถระ ในวันที่ 24 พฤษภาคมนั้น ประกอบด้วย น.ส.นุชรา สิทธินอก ผู้รับโอนเงิน 25 ล้านบาท น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา อายุ 50 ปี อดีตเจ้าของ หจก.ดีดี ทวีคูณ นายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี รับโอนเงิน 5 ล้านบาท ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระในวัด เป็นผู้นำ น.ส.นุชราเข้ามาทำงานในวัด และนายทวิช สังข์อยู่ ผู้มีอำนาจโอนเงินนั้น เนื่องจากมีรายงานข่าวจากกองปราบปรามแจ้งว่า มีงบประมาณ 30 ล้านที่ใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์นั้น
ข่าวแจ้งว่า เริ่มมาจากการบุกตรวจค้นบ้าน ร.ท.ฐิตินันท์ นิพนธ์พิทยา ทหารในสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัยกองบัญชาการกองทัพไทย พบว่า น.ส.นุชรา แม่บ้าน ซึ่งปกติขายลูกชิ้นที่ตลาดสี่มุมเมือง มาทำงานเสริมแม่บ้านนั้น เกี่ยวข้องกับเงินทอนวัด มีพระชั้นผู้ใหญ่ของวัดรูปหนึ่งโอนเงินงบประมาณมาให้ ซึ่งงบประมาณที่ได้รับจากสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) 25 ล้านจาก 30 ล้าน โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชี น.ส.นุชรา ซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทดีดี ทวีคูณ โดยตอนแรกมีชื่อ น.ส.ฑัมม์พรเคยเป็นเจ้าของบริษัท ตอนหลังได้ออก แล้วมาเป็น น.ส.นุชราเป็นผู้จัดการ หจก.ดีดี ทวีคูณ อย่างไรก็ตาม ร.ท.ฐิตินันท์แจ้งว่าไม่รู้เรื่อง แม่ (น.ส.ฑัมม์พร) เป็นคนจัดการ
ข่าวแจ้งว่าจากแนวทางการสอบสวนเส้นทางการเงินพบ น.ส.นุชรา ได้ไปเบิกแคชเชียร์เช็คจากพระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศวรวิหาร 5 ครั้ง ครั้งละ 5 ล้านบาท โดยจัดทำเป็นงบประมาณทำหนังสือและแผ่นซีดีเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่วัดสระเกศได้งบประมาณมาจากสำนักพุทธฯ 30 กว่าล้านบาท
ข่าวแจ้งว่า โดยมีนายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระภายในวัดสระเกศ นำ น.ส.นุชราไปรับเช็ค 5 ครั้ง รวม 25 ล้านบาท เข้าบัญชี น.ส.นุชราก่อนที่นายธีระพงษ์ จะพา น.ส.นุชราไปเบิกเงินออกมาจากธนาคาร ครั้งละ 1.8-1.9 ล้านบาท โดยไม่ยอมเบิกเงินเกิน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากได้เงินดังกล่าวมาแล้วได้ส่งอีกทอดไปถึงนางฑัมม์พร โดยในจำนวนนี้เงิน 5 ล้านบาทส่งให้นายธีระพงษ์ จากหลักฐานทั้งหมดที่พบ จึงนำไปสู่การขอออกหมายจับฆราวาส 4 รายที่พัวพันกับการฟอกเงินครั้งนี้
สำหรับนางฑัมม์พร สมัยเป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด ดีดี ทวีคูณ รับงานประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้กับวัดสระเกศจดทะเบียนตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 และพบมีความสนิทสนมส่วนตัวกับพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จนได้รับงานจัดทำหนังสือและวิดีโอเผยแผ่พุทธศาสนาให้กับวัดสระเกศ รวมทั้งรายการ วิถีไทย วิถีพุทธ ก่อนจะถอนหุ้นออกมาเมื่อปี 2560 จากนั้นได้มี น.ส.นุชราเข้ามาถือหุ้น 14.29 เปอร์เซ็นต์ ร่วมกับนายกนกศักดิ์ ภูทองอูบ ที่ถือหุ้น 85.71 เปอร์เซ็น และยังตั้งให้ น.ส.นุชราเป็นผู้จัดการ ดูแลเรื่องการเบิกเงินจากวัดสระเกศทั้งหมดด้วย
นำมาสู่การจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป พร้อมฆราวาส อีก 4 คน หลังตำรวจกองปราบบุกค้น 3 วัดดัง ได้แก่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร และวัดสามพระยาวรวิหาร ส่วน “พระพรหมสิทธิ” เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และ “พระพรหมเมธี” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์วราราม หลบหนีไปก่อน

