(คลิป)กทม.ไม่นำลิงปล่อยเกาะ ผอ.เขตบางขุนเทียน ผุดไอเดียทำ ‘สวนสัตว์เปิด’ บนที่ดินตาบอด 13 ไร่

28.05.18 | 07:40 น.

กรณีคณะกรรมการติดตามกลไกการปกป้องคุ้มครองสัตว์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นประธาน ได้เรียกประชุมผู้แทนจาก 12 จังหวัดที่ประสบภาวะวิกฤตลิง หารือจัดทำแผนแก้ไขปัญหาลิงประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ 9 กลยุทธ์ โดยประเด็นสำคัญ คือ การจะทำอย่างไรให้ลิงอยู่ร่วมกับธรรมชาติและคนได้ โดยไม่ให้ลิงรบกวน ทำร้ายหรือทำลายสิ่งของและประชาชน ขณะที่ประชาชนต้องไม่ทำร้ายลิงด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ในที่ประชุมเสนอให้นำลิงไปปล่อยเกาะนั้น

นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ในส่วนของเขตบางขุนเทียน ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวในกรุงเทพมหานครที่ไม่มีแผนนำลิงไปปล่อยเกาะ เพราะมีแนวทางบริหารจัดการเองได้

“ขณะนี้ลิงในพื้นที่บางขุนเทียนขยายพันธุ์เป็น 600-700 ตัว กระจายออกเป็น 5 กลุ่ม โดยกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด หรือกลุ่มใหญ่จะอาศัยอยู่บริเวณอนุสาวรีย์คุณกะลา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “อนุสาวรีย์ลิง” ถนนเลียบทางด่วนวงแหวนตะวันตกด้านใต้ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน เมื่อ 10 ปีก่อน เขตบางขุนเทียนได้ซื้อที่ดินตาบอด ขนาดพื้นที่ 13 ไร่ บริเวณคลองเฉลิมชัยพัฒนา ห่างจากแยกอนุสาวรีย์คุณกะลาประมาณ 500 เมตร เพื่อนำฝูงลิงที่อยู่กระจัดกระจายเข้าไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่ยังไม่สมบูรณ์ ลิงจึงไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ดังนั้น แผนระยะต่อไปของเขตบางขุนเทียนที่จะต้องดำเนินการ คือ จัดระบบนิเวศที่ดินและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามาให้อาหารลิงบริเวณนั้น” นายประเสริฐกล่าว

Advertisement

ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียนยังกล่าวถึงการจัดระบบนิเวศให้ลิงเข้ามาอยู่ในพื้นที่ว่า สิ่งที่จะต้องดำเนินการคือ 1.สร้างแหล่งอาหารให้ลิง โดยปลูกไม้ผลและต้นไม้ให้ลิงอาศัยได้ และ 2.สร้างรั้วรอบขอบชิดจำกัดพื้นที่ลิงไม่ให้ออกนอกพื้นที่ หากทำสำเร็จและมีลิงเข้ามาอยู่ในพื้นที่ทั้งหมดแล้ว มีแนวคิดพัฒนาให้ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นสวนสัตว์เปิด เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยประชาชนสามารถเข้าเยี่ยมชมและนำอาหารไปให้ลิงได้ และในอนาคตเขตบางขุนเทียนมีแผนจัดทำแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทำการค้าและเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางเรือ ซึ่งคลองเฉลิมชัยพัฒนาสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังชายทะเลบางขุนเทียนได้

“แต่แนวคิดจะเป็นรูปธรรมได้ ต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันแนวคิดนี้มีความคืบหน้าบ้างแล้ว เพราะมีการประสานงานผ่านคณะกรรมการบริหารจัดการลิง เพื่อวางแผนบริหารจัดการลิงร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)” นายประเสริฐกล่าว และว่า ปัญหาที่ประสบในขณะนี้คือ ชาวบ้านมักนำอาหารไปให้ลิงตามข้างทาง โดยเฉพาะบริเวณอนุสาวรีย์คุณกะลา มีลิงอยู่ประมาณ 200-300 ตัว มีการให้อาหารลิงผิดวิธี ส่งผลให้ลิงอ้วน เป็นโรค และบางครั้งลิงต้องข้ามถนนไปเอาอาหารที่ประชาชนวางไว้ตามข้างทาง มักเกิดอุบัติเหตุรถชนลิงบ่อยครั้ง แต่ละปีลิงถูกรถชนตายเกือบ 100 ตัว ปัญหานี้ทางเขตได้แก้ไข โดยพยายามจัดทำป้ายเตือนชะลอความเร็ว และป้ายเตือนให้ระวังฝูงลิง เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับลิงอีก

นอกจากนี้ นายประเสริฐกล่าวว่า เขตยังได้รับความร่วมมือจากชมรมคนรักลิงหัวใจแกร่งเข้ามาช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลรักษาลิงยามเจ็บไข้ได้ป่วย และมี ทส.ร่วมประสานการทำงานตลอดเวลา ส่วนการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อนั้น เขตบูรณาการกับหลายหน่วยงาน อาทิ สมาคมสงเคราะห์สัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมปศุสัตว์ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กทม. ยืนยันว่าลิง กทม.ปลอดโรคแน่นอน

ทางด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า พื้นที่เขตบางขุนเทียนยังมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศสูง และเนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อกับจังหวัดปริมณฑล ทำให้มีทั้งนากใหญ่ขนเรียบ และลิง ซึ่งทั้งสองชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เข้าไปอยู่อาศัย

“อย่างไรก็ดี การจับลิงนั้นทำได้ง่ายกว่าจับนาก เพราะนากฉลาดมากมีไอคิวสูงมากกว่า 180 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เขต และ ทส.นำเครื่องมือดักหรือแร้วดักสัตว์เพื่อจำกัดบริเวณ แต่นากก็ดึงเครื่องดักออก ขณะนี้ทราบว่า ทส.อยู่ระหว่างหาทางแก้ไขปัญหาระยะยาว และ กทม.พร้อมสนับสนุนทั้งกำลังคนและอุปกรณ์อย่างเต็มที่หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ แต่เบื้องต้นขอความร่วมมือประชาชนถ้าพบเห็นอย่าทำร้ายสัตว์เหล่านี้” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว