น้องเหยื่อลีนร้อง’วิระชัย’เร่งรัดคดีเอาผิดเจ้าของ-ตัวแทนจำหน่ายขอเงินคืน จ่อขอหมายจับ 2 สัปดาห์นี้!

28.05.18 | 11:41 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความพร้อมด้วย นายวุฒิกร หมอนอิง น้องชายของ น.ส.พิมลวรรณ หมอนอิง อายุ 31 ปี ที่เสียชีวิตหลังรับประทานอาหารลดความอ้วนยี่ห้อลีน (Lyn) และตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จำนวนกว่า 50 ราย เข้าพบ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ พร้อมกันนี้ตัวแทนจำหน่ายได้แสดงความเสียใจและมอบเงินจำนวนหนึ่งช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต แม้ว่าจะไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงก็ตามแต่ก็รู้สึกเสียใจ


นายรณรงค์ กล่าวว่า อยากเรียกร้องไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ขอให้มีการตรวจสอบย้อนหลัง ว่ามีพื้นที่ใดมีผู้เสียชีวิต จากการรับประทานลีนแล้วเสียชีวิตอีกหรือไม่ เนื่องจากมีการขายมานานกว่า2ปีแล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะมีคนกินลีนแล้วตายอีกโดยขอให้มีการดำเนินคดีกับเจ้าของและผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศข้อหาฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากกลุ่มบุคลลเหล่านี้ไม่ควรร่ำรวยขณะที่มีคนตายและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในประเทศไม่ควรมีใครกินแล้วต้องเสียชีวิต โดยล่าสุดยังทราบว่ามีการไปฉลองยอดขายกันที่ฮ่องกงทั้งที่มีผู้เสียชีวิตจากการกินลีนด้วย จึงเกรงว่าจะมีการวิ่งเต้นล้มคดีดังกล่าวด้วย เนื่องจากยังไม่การแจ้งข้อหากับเจ้าของบริษัท

ด้านนายพีรยศ อินทรพล พร้อมตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลีนอีกกว่า 40 คน ได้เดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์ใจเนื่องจากไม่ทราบว่าในผลิตภัณฑ์ลีนมีสารอันตราย เพราะก่อนสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย ทางบริษัทอ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ100% และก่อนขายได้ลองกินเองและให้ครอบครัวกิน ตอนแรกไม่มีผลข้างเคียง และน้ำหนักลดจริง แต่เมื่อทราบว่ามีสารอันตรายจึงเลิกขาย พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้บริษัทคืนเงินให้กับตัวแทนจำหน่าย หลังจากได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดคืน แต่สัญญาว่าจะคืนเงินแต่ยังไม่ยอมคืน ซึ่งตัวแทนแต่ละคนเสียเงินตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักล้าน รวมมูลค่าความเสียหายตัวแทนทั่วประเทศไม่กว่าร้อยล้านบาท โดยตัวแทนทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 35,000 คน

ต่อมาพล.ต.อ. วิระชัย ลงมารับหนังสือร้องเรียนพร้อมกับกล่าวว่า ตำรวจมีข้อมูลของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายคือ น.ส.หญิง แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ยืนยันตำรวจมีการติดตามกลุ่มเหล่านี้ตลอดเวลา คาดว่ายังอยู่ในประเทศ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน มีการสอบปากคำเพิ่มเติมไปแล้วหลายราย เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนเรื่องการขออนุมัติศาลออกหมายจับ เบื้องต้นอย่างต่ำ2ราย ภายในสัปดาห์นี้

Advertisement