หน้าแรก ในประเทศ โอละพ่อ! สาวน...

โอละพ่อ! สาวนศ.การบินกลับบ้านแล้ว บอกไม่ได้ถูกหลอกไปปอยเปต เล่นพนันหมดเป็นหมื่น

28.05.18 | 18:03 น.

กรณีที่ นางสาวปราณี หรือไก่ สวนเพชร อายุ 20 ปี นักศึกษาสาขาการบิน ปี 3 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ นั้น ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2561 กระทั่งวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 ต่อมา นางสาวอทิตยา สวนเพชร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 หมู่ที่ 10 บ้านคลองแผง ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.วิญญู ปัญญาวีรภรณ์ รองสารวัตร (สอบสวน ) สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากน้องสาวคือนางสาวปราณี หรือไก่ สวนเพชร ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2561 เวลา 04.00 น. จากสนามบินสุวรรณภูมิ

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 28 พฤษภาคม  นางสาวปราณี สวนเพชร ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก จากนั้น ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ได้ขอตัวไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงกว่า จากนั้น นางสาวอาทิตยา (พี่สาว) ได้พากลับไปที่บ้าน นายพลาย แม่นปืน กำนัน ต.ทัพเสด็จ ที่เป็นน้าชาย ที่บ้านโคกเพร็ก ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว

นส.ปราณี  ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ในวันที่ 20 เมษายน 2561 ไม่ได้ขึ้นเครื่องไปแคนาดา แต่ไปภูเก็ตกับเพื่อน จากนั้นได้กลับจากภูเก็ต มาพักก็พักอยู่กับเพื่อนที่คอนโด แถวพัทยา หลังจากนั้น ได้ไปที่อรัญประเทศ และข้ามไปที่บ่อนการพนันที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ที่ไปบ่อน ที่บ่อนหนูมาคนเดียวเที่ยวคนเดียว เข้าไปเล่นแน่นอน แต่ไม่มีใครกักตัวหนู ไม่มีใครชวนหนูไปหนูไปเอง ไม่ได้โดนหลอก ตอนไปครั้งแรกรู้จักกับคุณป้าคนหนึ่ง ที่โน่นเป็นคนไทย และก็เปิดห้อง หนูก็เอาตังค์มาจ่ายแค่ 1,000 บาทและก็พักที่โฮเต็ลฟรี หลังจากนั้นหนูก็กลับกรุงเทพฯและกลับมาที่บ่อนแค่ 2 ครั้ง ไม่มีติดหนี้คน หนูหน้าตาอย่างนี้แต่งตัวแบบนี้ ใครจะให้ยืมเงิน และไม่มีใครกักตัว หนูไม่ได้ยืมเงินใครเลย ตอนที่อยู่ที่โน่นหมดเงิน 10 ,000 บาท กลับมาแล้วจะทำตัวให้ดีกว่าเดิม จะกลับไปตั้งใจเรียน ไม่มีความคิดที่จะหนีออกจากบ้านอีก เพราะว่ารู้สึกว่า เป็นอารมณ์วัยรุ่น เมื่อลองแล้วไม่ได้เหมือนอย่างที่ตัวเองคิด มันไปไม่รอด ยังไงก็ให้ความสำคัญของครอบครัวอันดับแรก

ทางด้านนางสาวอาทิตยา  กล่าวว่า เมื่อรู้ว่าน้องอยู่ในบ่อนกาสิโน ในปอยเปต น้ากำนันได้พาเดินวนจนเหนื่อยแล้ว ก็ยังไม่พบน้อง จากนั้นได้ถามวินมอเตอร์ไซด์ ในปอยเปต ถามเจ้าหน้าที่ที่เป็นยามถามว่า รู้จักคนนี้มั้ยจะให้เงินนะถ้ารู้จักเขาบอกว่ารู้ๆๆ เขาก็กักตัวไว้ให้เขาบอกเพิ่งเห็นเมื่อกี้นี้เองแล้วก็วิ่งหนีไป ให้รออยู่ที่นี่เดี๋ยวไปตามให้ เขาจะไปกักตัวไว้ให้ ที่มาตามก็หวังดีกับน้อง คืออยากรู้เหตุผล คือทุกอย่างที่เกิดขึ้น ที่แชทกับเพื่อนเขา ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราไม่ตามหาน้องก็คือเราก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ส่วนไหน เพราะชีวิตของเขาก็สำคัญก็เลยให้น้ากำนันช่วย ต่อมาได้พบผู้ชายที่อยู่ด้วย ก็บอกเขาว่าจะเอาน้องคืนแล้วนะ เขาก็โอเค เขาก็ไม่ได้อะไร น้องบอกว่าก่อนหน้านี้ น้องบอกว่า ผู้ชายคนนี้เขาจะส่งเงินให้เรียน หนังสืออะไรบางอย่างประมาณนี้ แต่เราก็คิดว่ากลัวน้องโดนหลอก เพราะว่าข้อมูลที่ได้มา คือว่า ในแชตมันมีผู้หญิงคนหนึ่งมีเบอร์โทร. เป็นเบอร์ปริศนาที่บอกตั้งแต่แรกพอเราโทร.ไปติดต่อเรื่องน้องเพราะน้องเขาหายก็คือ เขาปฏิเสธว่าไม่รู้จัก ก็ตกใจเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

นางสาวอาทิตยา กล่าวอีกว่า จากนั้นก็ดำเนินการเรื่องแจ้งความก็เลยให้น้ากำนันช่วย เรากับน้องไม่เชิงทะเลาะเป็นการบ่น สอนมากกว่า เพราะอย่างให้เขาได้เรียนอยากให้เขา มีชีวิตที่ดีเพราะว่า เขาเรียนอินเตอร์ คบเพื่อนมีแต่ต่างชาติ และก็จะชอบแทกเอาท์บ่อยแล้วเราเป็นผู้ใหญ่ก็คิดว่า อยากให้น้องมีชีวิตที่ดี ได้เรียนดีๆ ไม่ใช่ใช้ชีวิตแบบนี้แล้วอยู่ดีๆ เขาเตลิดแบบนี้ เราก็สงสารเขา เราก็มีส่วนผิดเหมือนกัน อย่างไรก็ดี น้องสาว ก็ได้เดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัย

Advertisement

นางสาวอาทิตยา ยังเล่าว่า วันเวลาดังกล่าว ตนเองได้ไปส่งน้องสาวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลาตี 4 ของวันที่ 20 เมษายน 2561 เพื่อส่งน้องสาวไปเรียนที่ประเทศแคนนาดา แต่ขณะที่รอขึ้นเครื่องอยู่นั้น น้องสาวบอกให้ตนเองไปซื้อกาแฟมาให้กิน ตนเองจึงไปซื้อกาแฟมาให้น้อง เมื่อรอรับกาแฟนานประมาณ 20 นาที แต่พอกลับมาปรากฏว่า น้องสาวหายตัวไป จึงโทรศัพท์หาน้องสาว และบอกว่า ขึ้นเครื่องไปแล้ว ตนเองก็ไม่ได้สงสัย ต่อมา ได้โทรศัพท์ ติดต่อกับน้องสาวอีกแต่ติดต่อไม่ได้ จึงโทรศัพท์ไปถามญาติที่อยู่ประเทศแคนนาดา ซึ่งน้องสาวจะต้องไปอยู่กับญาติคนนี้ จึงรู้ว่า น้องสาวไม่ได้ไปที่แคนนาดา หลังจากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาน้องสาวกับมีผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นเพื่อนกับไก่ และบอกว่า ตอนนี้ไก่อยู่ในบ่อนปอยเปต ประเทศกัมพูชา หลังจากรับแจ้งความแล้ว ร.ต.อ.วิญญู ปัญญาวีรภรณ์ รองสารวัตร (สอบสวน ) สภ.คลองลึก จึงได้ประสานตรวจสอบไปยัง ด่านตรวจคนเข้าเมือง คลองลึก พบว่านางสาวปราณี หรือไก่ได้แสตมป์พาสปอร์ต ออกไปฝั่งกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2561 และยังไม่มีการแสตมป์กลับเข้ามายังฝั่งประเทศไทย ซึ่งเรื่องดังกล่าว ได้สร้างความเป็นห่วงให้กับหลายฝ่ายเนื่อง จากนส.ไก่นอกจากยังเป็นนักศึกษาอยู่ด้วยแล้วยังเป็นหลานสาวของกำนันตำบลทัพเสด็จอีก