หน้าแรก ในประเทศ ชาวบ้านฮือ เจ...

ชาวบ้านฮือ เจ้าอาวาสวัดดังเชียงราย ขนทรัพย์สินล่องหนนับเดือน หลังสร้างวัตถุมงคล67ล้าน

28.05.18 | 21:04 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่วัดราษฎร์ดำรง หมู่ 5 ต.ธารทอง อ.พาน จ.เชียงราย ได้มีชาวบ้านประมาณ 100 คน ไปรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ดำรงในหลายเรื่อง ทั้งนี้ เดิมชาวบ้านมีกำหนดจะพากันเดินทางไปยังศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย และสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.เชียงราย แต่ทางฝ่ายปกครองอำเภอได้ขอให้มีการพูดคุยหารือกันก่อน โดยทางนายเขมพัฒน์ เหรัญญะ ปลัดป้องกัน อ.พาน และนายเจริญ วงศ์แก้ว กำนัน ต.ธารทอง ไปพบปะกับชาวบ้านซึ่งชาวบ้านนำโดยกรรมการวัดหลายคนได้ยื่นหนังสือที่เตรียมจะส่งให้ทางศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย มีเนื้อหาว่าชาวบ้านได้รวบรวมเงินเพื่อการบูรณะและสร้างสาธารณสถานต่างๆ ภายในวัดมานานกว่า 20 ปี รวมมูลค่านับ 10 ล้านบาท โดยมีการรวบรวมให้กับทางเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรแล้ว ซึ่งก็ได้มีการรับปากกับคณะกรรมการวัดรวมทั้งชาวบ้านว่าจะนำไปดำเนินการให้ตามประสงค์แต่ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบันเวลาล่วงมานานการก่อสร้าง เช่น อุโบสถ ซุ้มประตูวัด ศาลา ฯลฯ ก็ยังไม่แล้วเสร็จและยังปล่อยให้รกร้างทรุดโทรม

หนังสือของชาวบ้านแจ้งอีกว่า ต่อมาในปี 2559 เจ้าอาวาสวัดได้จัดประชุมคณะกรรมการวัดและชาวบ้านเพื่อหาทุนทรัพย์เพื่อบูรณะอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 2557 และจะนำมาสร้างพระพุทธรูป “พระพุทธศิริชัยมงคล” รวมทั้งเพื่อจัดสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ข้างต้นให้แล้วเสร็จ โดยมีการตกลงให้จัดพิธีพุทธาภิเษกขนาด 9 นิ้วจำนวน 199 องค์ให้เช่าบูชาองค์ละ 49,999 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 9,949,801 บาท นอกจากนี้ยังมีพระกริ่งเนื้อทองคำจำนวน 199 องค์ ให้เช่าองค์ละ 99,000 บาท รวมเป็นเงิน 19,899,801 บาท พระกริ่งเนื้อเงินจำนวน 2,999 องค์ ให้เช่าองค์ละ 3,990 บาท รวมเป็นเงิน 11,993,001 บาท พระกริ่งเนื้อนวโลหะ จำนวน 9,999 องค์ ให้เช่าองค์ละ 2,599 บาท เป็นเงิน 25,987,401 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 67,830,004 บาท จากนั้นได้มีการเปิดให้ผู้ศรัทธาได้เช่าบูชาโดยเปิดบัญชีธนาคารรองรับเอาไว้ 2 บัญชี

กรรมการวัดแจ้งอีกว่า จากนั้นปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านมาแล้ว 2 ปี เจ้าอาวาสก็ยังไม่ชี้แจงถึงยอดเงินดังกล่าวและไม่มีการนำมาดำเนินการพัฒนาตามที่ตกลงเอาไว้แต่อย่างใด นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมาหรือประมาณ 1 เดือน ก็ได้หายไปจากวัดโดยนำเอกสารและทรัพย์สินของวัดไปด้วย ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมและเงินในบัญชีด้วย ทั้งนี้ชาวบ้านได้เคยไปแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ที่ สภ.พาน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมาแล้วด้วย

นายเขมพัฒน์กล่าวว่า ทางกรรมการวัดได้มีการไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมอีกทางหนึ่งและยังไปแจ้งความไว้ที่ สภ.พาน แล้วด้วย ดังนั้นทางอำเภอก็จะประสานไปยังทาง ผกก.สภ.พาน เพื่อให้ความเป็นธรรมและจะรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายเพื่อให้ความเป็นธรรมอย่างรอบด้านต่อไป