เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีแพทย์จังหวัดกาฬสินธุ์กระโดดแม่น้ำชีฆ่าตัวตาย ว่าได้รับรายงานเบื้องต้นจาก ผอ.รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ซึ่งจัดทีมลงไปสอบสวนโรคแล้ว พบว่าเป็นแพทย์ประจำ รพ.จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องการทำงานที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติป่วยและรักษาโรคทางด้านจิตเวช ไม่เคยถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า แต่เคยเข้ารับคำปรึกษาและคำแนะนำจากผู้อำนวยการ รพ.กาฬสินธุ์ ว่าให้แพทย์คนดังกล่าวเข้ารับการปรึกษาจิตแพทย์เนื่องจากมีพฤติกรรมมีอารมณ์หุนหันพลันแล่น บางครั้งมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบางอย่างระหว่างการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมอารมณ์ บางครั้งชอบปลีกตัว ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใครเท่าไหร่ ทั้งนี้ อารมณ์หุนหันพลันแล่น ควบคุมอารมณ์ไม่ได้นั้นอาจจะมีความแตกต่างจากโรคซึมเศร้าอยู่ แต่การปลีกตัวออกมาอาจจะเป็นเพียงความรู้สึกของคนรอบข้าง ซึ่งยังไม่ได้ถูกวินิจฉัยโดยแพทย์อย่างจริงจัง
น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวต่อว่า เมื่อดูที่ภาระงานพบว่าที่ รพ.กาฬสินธุ์นั้นปริมาณงานค่อนข้างมาก บุคลากรของ รพ.รับภาระงาน แต่ขณะเดียวกันก็เป็น รพ.ที่มีระบบคุณภาพที่ได้รับการรับรองอยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็น รพ.ตัวอย่าง ทั้งเรื่องคุณภาพ และบุคลากรมีความสุขในการทำงาน แต่รายนี้กำลังสอบสวนสาเหตุ เพราะรายนี้ยังคงทำงานได้ตามปกติ เพียงแต่มีบางครั้งที่อารมณ์ฉุนเฉียว เหมือนเป็นบุคลิกภาพส่วนตัว ส่วนเรื่องปัญหาทางการเงินของ รพ.นั้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติงาน แต่เป็นเรื่องของผู้บริหารมากกว่า สำหรับการพูดคุยกับครอบครัวนั้นยังไม่ได้ข้อมูลเท่าที่ควร เขายังไม่ได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เหมือนบอกว่าแพทย์ป่วย ซึมเศร้าแต่เราก็ต้องพยายามดู เพราะคนที่จะทำร้ายตัวเองได้มันต้องถึงจุดหนึ่ง ไม่มีทาง คิดไม่ออกแล้วว่าจะทำอะไรต่อไป ซึ่งพอมองที่เพื่อนร่วมงานก็บอกว่ารับผิดชอบงานได้ดี แต่ข้อมูลครอบครัวยังไม่เปิดเผยเท่าไหร่
น.ต.นพ.บุญเรืองกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ผู้ป่วยจิตเวช เช่น ซึมเศร้า ก็มีโอกาสฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าภาวะทางจิตทั่วไป และมีการทำร้าย ฆ่าตัวตายมากกว่าคนทั่วไป 3 เท่า โดยมากพบในผู้ป่วยซึมเศร้าสูงอายุ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การฆ่าตัวตายของไทยในรอบปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 6.5 ต่อแสนประชากร ถือเป็นตัวเลขที่ยังไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับทั่วโลก จะอยู่ที่ราวๆ 5.8-6.4 ต่อแสนประชากร เพราะฉะนั้นของไทยจึงถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับทั่วโลก อย่างไรก็ตาม สถิติครั้งนี้ของไทยก็นับว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นนิดหน่อย และมีแนวโน้มสูงขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงานที่ฆ่าตัวตายด้วยภาวะหุนหันพลันแล่น ไม่สมหวัง
ทั้งนี้ ภาวะสุขภาพจิต ความเครียด วิตกกังวล ความรู้สึกไม่สมหวังจะมากขึ้นเรื่อยๆ และนำมาสู่ความวิตกกังวล สูญเสียอารมณ์ที่ดีไป เมื่อสะสมนานๆ ไปจะเกิดเป็นภาวะซึมเศร้าได้ ดังนั้นขอให้สังเกตคนรอบข้าง อย่าดูแค่การซึม ไม่พูดจากับใคร แต่อยากให้ดูพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิม หรือจากคนทั่วไป ให้เราเริ่มต้นจากการพูดคุย ห่วงใย สอบถามเขา ก็จะช่วยไม่ให้ลามไปถึงขั้นเป็นภาวะซึมเศร้า

