ส.ก.ชี้ขยะติดเชื้อกทม.เพิ่ม 4 เท่า

30.05.18 | 16:07 น.

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายพรเทพ ศิริวนารังสรรค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เสนอญัตติ ขอให้สภา กทม.ตั้งคณะกรรมวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม ต่อที่ประชุมสภา กทม. โดยกล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อมในกทม.หลายอย่างมีแนวโน้มรุนแรงโดยปราศจากการเตรียมแผนยุทธศาสตร์และแนวทางปฏิบัติการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา อาทิ ปัญหาห้องสุขาสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่ำกว่ามาตรฐานกำหนดร้อยละ 25 ปัญหาฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สูงเกินค่ามาตรฐานกำหนดไว้ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นอันตรายกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว เช่นเดียวกับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนที่สูงเกินค่ากำหนด พบช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม พื้นที่กรุงเทพฯ ได้รบผลกระทบอย่างหนัก ปัญหามูลฝอยที่เป็นขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาลและกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่ ร้านอาหาร ตลาด โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กลางและขนาดครอบครัวก่อมลพิษและเหตุรำคาญ ขณะนี้ พบปริมาณขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในรอบ 12 ปี จาก 11 ตันต่อวัน เป็น 39 ตันต่อวัน ขณะที่ กทม.มีรายได้จากการจัดเก็บขยะได้เพียงครึ่งเดียวของค่าใช้จ่ายจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ในการกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อ ส่วนที่เหลือต้องใช้เงินจากภาษีประชาชน

“ขยะติดเชื้อประเภทถ่านและหลอดไฟ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 4-5 เท่า จาก 9 ปีก่อนที่มีจำนวนเพียง 222 ตัน ส่วนวิธีการคัดแยกขยะนั้น พบการจัดเก็บขยะติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ กทม.ไม่ได้คัดแยกขยะติดเชื้อ มีการจัดเก็บปะปนกับขยะทั่วไป” นายพรเทพกล่าว และว่า ขณะที่ กทม.ยังไม่มีแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อให้เกิดระบบเฝ้าระวัง ประเมินผลกระทบต่อสุขภาพด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลอาหารและน้ำ การจัดระบบการพยากรณ์และแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชน จัดตั้งศูนย์ปฎิบัติการด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแผนปรับตัวสอดคล้องกับภาวะโลกร้อน โดยเชื่อมโยงบูรณาการกับหน่วยงานของ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเอกชนและประชาชน

ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวถึงข้อท้วงติงของ ส.ก.เกี่ยวกับปริมาณขยะติดเชื้อและขยะอันตรายปริมาณเพิ่มขึ้น ว่า กทม.เป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งที่รับกำจัดขยะติดเชื้อโดยว่าจ้างเคทีดำเนินการ อย่างน้อยวันละ 5 ตันต่อวัน นอกเหนือ กทม.แล้วยังมีหลายหน่วยงานและภาคเอกชนที่รับกำจัดขยะมูลฝอย จึงไม่เป็นข้อกังวลของ กทม. แต่กทม.จะเป็นห่วงปัญหาขยะทั่วไปและขยะอินทรีย์ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่า เพราะหาก กทม.ไม่ได้ก่อสร้างโรงกำจัดขยะภายในปี 2562 ปัญหาขยะล้นเมืองเกิดขึ้นแน่นอน