เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ชุดสืบสวน และชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 นำโดย พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังเข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินภายในบ้านเลขที่ 299/28 ซึ่งเปิดเป็นสำนักงานกฎหมาย เอกพิทักษ์ยุติธรรมทนายความ หมู่บ้านศิริพร วิวล่า โครงการ 7 ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของนายเอกราช พิทักษ์ไพร อายุ 29 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง และมีอาชีพเป็นทนายความ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 192/2561 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 ในความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยขณะที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้นนายเอกราชพร้อมภรรยา ไหวตัวทันขับรถยนต์หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึง
จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบของอาวุธปืนแก๊ป 1 กระบอก , ปืนลูกซอง 1 กระบอก , ปืนพกสั้น 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมาก , ทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง 3 แท่ง , เงินสดจำนวน 55,000 บาท และสมุดบัญชี 10 เล่ม ยอดเงินฝากรวม 3 ล้านบาท พร้อมบัตรเอทีเอ็ม , รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน ผษ 8981 เชียงใหม่ 1 คัน

ทั้งนี้การตรวจค้นและเข้ายึดทรัพย์ครั้งนี้เป็นการขยายผลหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ทำการจับกุมตัว น.ส.ชญาดา ชัยแว่นแคว้น อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 101/14 หมู่ 11 อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ทนายความสาว พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ จำนวน 32 กระสอบ หนักรวมประมาณ 860 กิโลกรัม ซุกในรถกระบะที่ดัดแปลงเป็นรถห้องเย็น โดยจับกุมได้บริเวณถนน สายเทิง – เชียงราย เชิงสะพานข้ามแม่น้ำลาว ตำบลท่าสาย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยจับกุมได้ขณะที่ทนายสาวกำลังลอบลำเลียงยาไอซ์ไปส่งให้ลูกค้า เมื่อวานนี้ ( 29 พฤษภาคม)
อย่างไรก็ตามเช้าวันเดียวกัน กำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดได้เข้าบุกค้นบ้านของนางสาวชญาดา ที่บ้านเลขที่ 116/95 หมู่ 5 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถตรวจยึดเงินสด 3 แสนบาท แหวนและสร้อยคอทองคำมูลค่ากว่า 2 แสนบาท รถยนต์เก๋งยี่ห้อซีวิคสีดำ ทะเบียน งค 6166 เชียงใหม่ สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่มยอดเงินรวม 5 แสนบาท และเข้าค้นที่บ้านเลขที่ 26/3 หมู่ 12 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของนายเอกราชอีกหลังหนึ่งแต่ไม่พบตัว
พล.ต.ต.ภาณุเดช กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.ชญาดา และนายเอกราชมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน โดยนายเอกราชนั้นแต่งงานมีภรรยาและลูกแล้ว และทั้งนายเอกราชและ น.ส.ชญาดา มีอาชีพเป็นทนายความ และมักรับว่าความให้กับกลุ่มชนเผ่าที่ถูกดำเนินคดีในข้อหายาเสพติด จนมีความสนิทชิดเชื้อกันเป็นอย่างดี โดยนายเอกราชได้ใช้บ้านพักในอำเภอแม่วาง และอำเภอสันทรายเปิดเป็นสำนักงานทนายความ ทั้งนี้คาดว่านายเอกราชน่าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้ประมาณ4 – 5 ปีแล้ว เนื่องจากถูกลูกความที่รับว่าความให้ชักชวนให้เข้าสู่ขบวนการจนมีฐานะร่ำรวยและมีทรัพย์สินจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีการวางแผนลำเลียงยาเสพติดเป็นอย่างดี โดยจะมีแผนที่เส้นทางตั้งแต่ภาคเหนือสู่ภาคใต้ ซึ่งจะมีการบันทึกตำแหน่งของด่านตรวจยาเสพติดไว้ทุกจุดเพื่อหลบเลี่ยง
นอกจากนี้ยังพบว่ามีการสั่งซื้อเครื่องกระสุนปืนสงครามจำนวนกว่า 900 นัดมาทางไปรษณีย์ด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบว่า ผู้ต้องหาสั่งซื้ออาวุธปืนดังกล่าวมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด ส่วนมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท

