จากกรณีที่ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโครงการรวมหนี้ข้าราชการตำรวจ 193 ราย สมาชิกออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่เดินทางมาร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อน โดยมี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เป็นผู้ริเริ่มโครงการบริหารหนี้ ที่รับปากจะเป็นผู้ดำเนินการใช้หนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าร่วมโครงการ แต่ระยะ 4-5 เดือนที่ผ่านมา ตำรวจกลับได้รับการทวงถามหนี้จากสถาบันการเงิน จึงทำให้ทราบว่า เงินที่กู้มานั้นได้นำไปลงทุน แต่ไม่ได้นำไปใช้หนี้แต่อย่างใด
สำหรับความคืบหน้าในการลงพื้นที่สอบปากคำตำรวจที่ได้รับความเสียหายนั้น เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 พ.ค. 61 พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่าทางผู้บังคับบัญชามีความเป็นห่วงผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงทั้งหมด ได้เดินทางไปยังจังหวัดเลยตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. 61 แล้ว ขณะนี้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดกว่า 20 ปากแล้ว ทั้งตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน และผู้จัดการสหกรณ์ มีเพียง พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ซึ่งขณะนั้นดํารงตําแหน่งผบก.ภ.จว.เลย และประธานสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการกู้บริหารหนี้ โดยได้ประสานให้เดินทางมาให้ปากคำในวันที่ 4 มิ.ย. 61 ที่ตำรวจภูธรภาค 4 จากนั้นคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์จึงจะสรุปความเห็นเสนอผู้บังคับบัญชา
“ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง 3 ประเด็น คือ เรื่องความเดือดร้อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบปากคำพบว่าได้รับความเดือดร้อนจริงจากโครงการบริหารหนี้ตามที่ร้องเรียน พร้อมกับตรวจสอบการบริหารงานของสหกรณ์ตำรวจ ว่ามีการดำเนินการตามขั้นตอนตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ และตรวจสอบโครงการบริหารหนี้ที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ชักจูงลูกน้องให้ร่วมโครงการว่านำเงินไปไปลงทุนด้านใด รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงิน เบื้องต้นคาดว่านำเงินไปลงทุนเล่นเรื่องหุ้น”พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าว และว่าขณะนี้ยังไม่สามารถพิจารณาได้ว่ามีความผิด หรือไม่ เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเงินที่หายไปนำไปลงทุนในระบบหรือนอกระบบ หรือนำไปใช้อะไร เนื่องจากสอบถามแล้วไม่มีผู้รู้ข้อเท็จจริง ส่วนที่สมาชิกสหกรณ์มอบหมายให้ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ดำเนินการชำระเรื่องหนี้สินให้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นความเชื่อมั่น ความไว้ใจ เนื่องจากโครงการรวมหนี้ระยะ 5-6 เดือนแรก ไม่พบความผิดปกติ กระทั่งมาระยะหลัง ที่ไม่ได้นำเงินไปชำระหนี้ให้กับสถาบันการเงิน และสหกรณ์ตำรวจ เมื่อครบกำหนดทางสถาบันการเงินจึงต้องฟ้องร้องบังคับคดี
พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยทางโทรศัพท์กับอดีต ผบก.ภ.จว.เลย อ้างว่า เงินทั้งหมดยังอยู่ครบ แต่ยังไม่สามารถนำออกมาได้เนื่องจากเป็นเงินรวมทุน ยืนยันว่าจะนำเงินทั้งหมดมาคืนภายใน 2 เดือนนี้ ส่วนมาตรการการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนนั้น ขณะนี้ได้พูดคุยกับสถาบันการเงิน ทั้ง กรุงไทย ออมสิน ธอส. และทุกธนาคารที่ตำรวจในสังกัดมีหนี้สิน โดยผ่อนผันให้ตำรวจที่เป็นหนี้ชำระ 1 งวดก่อน จากนั้นจะปรับโครงสร้างหนี้ โดยให้ชำระส่วนที่เหลือโดยการชำระดอกเบี้ยทั้งหมด พร้อมเงินต้น 500 บาท โดยจะผ่อนผันให้ 1 ปี เพื่อแบ่งเบาภาระให้ตำรวจที่ถูกฟ้อง และได้เตรียมเงินสหกรณ์ของจังหวัดเลยไว้ให้กับข้าราชการตำรวจกู้ฉุกเฉิน ซึ่งกู้ฉุกเฉินปกติก็จะกู้ได้ 30,000 บาท ตอนนี้ทางสหกรณ์ได้ขยายให้เป็นวงเงินให้กู้ฉุกเฉินได้ถึง 50,000 บาท ก็จะสามารถ ชำระค่างวดได้ 1 งวด ก็จะทำให้โครงสร้างหนี้ของตำรวจยังเป็นปกติ เป็นการแก้ปัญหาให้เบื้องต้น นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ตรวจสอบย้อนหลังในจังหวัดหนองบัวลำภู เนื่องจากมีโครงการในลักษณะเดียวกัน พร้อมกับทำหนังสือถึงผบก.ภ.จว. ทุกจังหวัด ให้ตรวจสอบสหกรณ์ตำรวจ และโครงการของทุกจังหวัดแล้ว

