เมื่อวันที่ 31พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลนัดอ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ อท.73/2561 ที่ น.ส.กนกพรรณ หรือ ฟ้า หมวกไสว คนสนิทของนายปรีชา ใคร่ครวญหรือครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒนครบัญชา ผบก.ปอท. , เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม- สืบสวนสอบสวน บก.ปอท. และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมเหยื่ออาชญากรรมซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ฟ้าในคดีเผยแพร่ภาพลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นจำเลยที่ 1-18
ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม โดยใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบฯ เพื่อแกล้งให้บุคคลนั้นรับโทษ หรือหนักขึ้น ตามมาตรา 200 ที่เป็นบทโทษหนักสุดจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารร่วมกันและรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161-162 ,164 , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ ตามมาตรา 310 , ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาฯ เพื่อจะกลั่นแกล้งบุคคลอื่น ตามมาตรา 172-174 ,179 และร่วมสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 เมษายน61 น.ส.กนกพรรณ ได้ยื่นคำร้องถอนฟ้อง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. จำเลยที่1-2ไปก่อนหน้านี้เเล้ว ซึ่งศาลอาญาทุจริตก็อนุญาตให้ถอนฟ้อง
ต่อมาโจทก์ยังได้ยื่นถอนฟ้องจำเลยที่ 3-17 ซึ่งมี พล.ต.ต.วรวัฒน์ ผบก.ปอท. เเละเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม- สืบสวนสอบสวน
ในคดี
โดยศาลพิเคราะห์คำร้องขอถอนฟ้องโดยคำนึงประโยชน์สาธารณะเเละความเสียหายไม่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ เเละไม่จำเป็นต้องไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดี จำเลยที่3-17ต่อไป อนุญาตให้ถอนฟ้องได้ตามคำขอ ส่วนฟ้องโจทก์สำหรับนายอัจฉริยะ จำเลยที่ 18 นั้น เมื่อโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 3-17 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐฟ้องโจทก์สำหรับนายอัจฉริยะ จำเลยที่ 18
จึงไม่ใช่คดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางจะรับไว้พิจารณาพิพากษาจึงไม่รับฟ้องจำเลยที่ 18 เเละให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

