เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ซึ่งมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้รับข้อเสนอที่ พม.ได้เสนอไว้ 4 แนวทางในการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ดังนี้ 1.จัดสรรให้เด็กอายุ 0-3 ปีกับครัวเรือนที่มีฐานรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี 2.จัดสรรให้เด็ก 0-3 ปีแบบถ้วนหน้า 3.จัดสรรให้เด็ก 0-6 ปีกับครัวเรือนที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และ 4.จัดสรรให้เด็ก 0-6 ปีแบบถ้วนหน้า
นายวิทัศน์กล่าวว่า ขณะที่แนวโน้มในที่ประชุมส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการขยายโครงการให้จัดสรรแบบถ้วนหน้า โดยเห็นว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และจะได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกลับมาในอนาคตถึง 7 เท่า แต่ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้มีการศึกษาข้อมูลรายละเอียดให้ชัดเจนทุกมิติ อาทิ การอุดหนุนที่มีอู่แล้วของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุขต่อกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว ก่อนที่จะสรุปถึงรูปแบบใดดีและเหมาะสมที่จะดำเนินการในประเทศไทย ซึ่งพล.อ.ฉัตรชัยได้มอบหมายให้ ดย.เร่งศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาภายใน 2 เดือนหลังจากนี้ โดยให้ทันดำเนินการในปีงบประมาณ 2562 หรืออย่างช้าในปีงบประมาณ 2563
“ตอนนี้ที่จะได้แน่ๆแล้วคือ การขยายฐานรายได้ครัวเรือนจากเดิม 36,000 บาทต่อปี เป็น 100,000 บาทต่อปี ตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะทำให้เด็กแรกเกิดมีโอกาสได้รับสิทธิมากขึ้น” นายวิทัศน์กล่าว

