ที่ประเทศกัมพูชา เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 31 พฤษภาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. หัวหน้าชุดปฏิบัติการพร้อม พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.ท.อลงกรณ์ กนกวรรณ สว.วิเคราห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บช.น. และ พ.ต.ต.นที คุ้มล้วนล้อม สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.จร. เดินทางมากรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าพบ นาย เซา ซก คา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนของกัมพูชา เพื่อร่วมหารือแนวทางการทำงานหลังพบเบาะแสว่ามีนายรัตนะ เฮง (Mr.Ratanak Heng) อายุ 21 ผู้ต้องหาความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ตามหมายจับศาลอาญาที่ ลงวันที่ 30 พ.ค.2561 มาพูดคุยและทำความเข้าใจ โดยนายรัตนะ เฮง ยินยอมเดินทางพร้อมกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ มายังประเทศไทยเพื่อเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ปอท. ต่อไป
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่านายรัตนะ ผู้ต้องหาปลอมข่าวทำลายความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และเศรษฐกิจของประเทศไทย ในกัมพูชา โดยนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยโพสต์บทความลงในอินเตอร์เน็ต พาดหัวข่าวว่า ““บิ๊กตู่” ฟิวขาด ด่ากราดปปช. ไล่ให้เติม “น้ำเปล่า” แทนดีเซลอย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” อันเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จึงวางแผนเข้าจับกุมดังกล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า นายรัตนะ เฮง ยินยอมเดินทางพร้อมกับตนมาประเทศไทยเพื่อเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ปอท. ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่านายรัตนะ จบการศึกษาด้านไอทีและทำงานด้านการค้าอัญมณี รวมถึงบิทคอยด์ ซึ่งเป็นสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยพบว่าได้มีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับรัฐบาลไทยและนายกรัฐมนตรีถึงสามครั้ง ซึ่งอยู่ในระหว่างการสืบสวนว่านายรัตนะ เฮงมีส่วนพัวพันกับการยุยงปลุกปั่นให้เกิดปัญหาความมั่นคงในประเทศไทยหรือไม่และมีใครอยู่เบื้องหลังในการจ้างวานให้ โพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่

“สำหรับ นายธนวัชร์ อ้อนวอน นายรุ่งโรจน์ ปรีชา นางสาวปภาศร สระอุบล นางสาวจิตาภา บุญทวี นางสาวประภัสสร วันชูชิต และ นายรฐนนท์ ชัยชนะ ความผิดฐาน เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อการรักษาความมั่งคงปลอดภัยของประเทศหรือความมั่งคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน นั้นถูกจับกุมแล้ว สำหรับการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จลงสู่ระบบอินเตอร์เน็ต ถือเป็นความผิดตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการดำเนินคดีกับคนไทย 6 คนที่เป็นผู้โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จลงสู่ระบบอินเตอร์เน็ต ผู้โพสต์ส่วนใหญ่ให้การว่า เป็นการส่งต่อข้อมูลเท่านั้นแต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยุยงปลุกปั่นทางการเมือง ” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว


