เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี พ.ต.ท.ธนินท์รัฐ อ่วมเจริญพร พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ควบคุมตัวพระเมธีสุทธิกร หรือสังคม สังฆะพัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรืออดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม – 11 มิถุนายนนี้ เนื่องจากการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 10 ปาก และต้องรอตรวจประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนอาชญากร สตช.
กระทั่งเวลา 16.00 น.ศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องฝากขัง โดยสอบถามพนักงานสอบสวนถึงเหตุจำเป็นการฝากขัง ซึ่ง พ.ต.ท.ธนินท์รัฐ แถลงยืนยันเหตุผลในการฝากขังตามคำร้อง ส่วนทนายความผู้ต้องหาแถลงคัดค้านระบุว่า กรณีของผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเอง ส่วนพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนอ้างตามคำร้อง พฤติการณ์ระบุว่า พศ.จัดสรรงบประมาณให้วัดสระเกศแล้วมีการถอนเงินจากบัญชีโดยกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งการรวบรวมเอกสารดังกล่าวก็น่าจะเสร็จสิ้นเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นจะต้องฝากขังอีก
ขณะที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ส่วนที่ทนายความแถลงคัดค้านว่าได้มอบตัวเองนั้น เป็นกรณีเรื่องที่เกี่ยวกับการประกันตัวเพื่อให้ศาลพิจารณาต่อไป ส่วนความจำเป็นของการฝากขังต้องพิจารณาว่าการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลเห็นว่าเมื่อพนักงานสอบสวนยืนยันต้องสอบพยานอีก 10 ปาก โดยจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ดังนั้นกรณีนี้จึงมีเหตุจำเป็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 จึงอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องเป็นเวลา 12 วัน
ต่อมาเมื่อเวลา 16.20 น.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวพระสังคมผู้ต้องหาที่ศาลอนุญาตขังแล้วลงจากห้องพิจารณาคดี (ห้องเวรชี้) มายังห้องควบคุมชั้นใต้ดินเพื่อรอฟังผลการขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการฝากขังนี้
ขณะที่ลูกศิษย์ซึ่งเป็นฆราวาสเตรียมหลักทรัพย์ 500,000 บาท รอยื่นประกันตัวชั้นฝากขัง
อย่างไรก็ตาม พระสังคมผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศนั้นเป็นพระรูปที่ 7 แล้ว ที่พนักงานสอบสวน บก.ป.นำตัวส่งฝากขังศาลในคดีร่วมกันฟอกเงินอุดหนุนการศึกษาโครงการต่างๆ
ต่อมาเวลา 17.20 น.ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแล้ว ไม่อนุญาตให้ประกันตัวพระสังคม ผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลเดียวกับผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินทอนวัดและฟอกเงินอุดหนุนการศึกษา เจ้าหน้าที่ พศ.และราชทัณฑ์จึงถอดจีวรทำการสึกพระผู้ต้องหาเพื่อนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯระหว่างการฝากขังต่อไป

