เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดเผยหลังร่วมประชุมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) และ ผู้บริหารสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย(สกว.) กรณีการจัดตั้งกระทรวงใหม่ ที่เกิดจากการควบรวมระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ สกว.และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ว่า มาร่วมประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจ เพื่อให้ได้ภาพร่วมของการจัดตั้งกระทรวงใหม่ที่ชัดเจน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นและข้อกังวลใจ ที่เกิดขึ้น ซึ่งในภาพรวมจากการพูดคุย ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีเพียงเรื่องช่วงเวลาเท่านั้นที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังกังวล แต่ตนได้สร้างความเชื่อมั่นและทำความเข้าใจในเบื้องต้นแล้ว ว่ากระทรวงใหม่ สามารถดำเนินการจัดตั้งได้ตามกำหนดเวลาแน่นอน คือเสร็จแน่ภายในรัฐบาลนี้ เนื่องจากมีความคืบหน้าในหลายส่วน ทั้ง พ.ร.บ.สำคัญที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้เวลาอีกไม่นานก็จะแล้วเสร็จ ส่วนโครงสร้างการทำงานของกระทรวง ทุกฝ่ายเข้าใจร่วมกันเป็นอย่างดี ในเรื่องการสร้าง ส่งเสริมกำลังคน ด้วยงานวิจัยที่ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ให้ตอบโจทย์ตามยุทธศาสตร์ชาติ ก้าวสู่ยุค 4.0
รัฐมนตรี วท.กล่าวต่อ สำหรับกระทรวงใหม่ จะชื่อ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม โดยโครงสร้างของกระทรวง เบื้องต้นจะประกอบ ไปด้วย 4 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ กลุ่มสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมไทย กลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงวิจัย และกลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า กระทรวงใหม่เน้นเรื่องวิทยาศาสตร์ จนลืมภาคสังคม ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เน้นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจ สังคม เชิงนวัตกรรม และให้มหาวิทยาลัย สร้างและพัฒนาคนขึ้นมาเพื่อตอบสนอง ไทยแลนด์ 4.0 ในโครงสร้างกระทรวงใหม่ จะมีการตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งจะประกอบด้วยกองทุนย่อย 3 กองทุน คือ 1.กองทุนพัฒนาการอุดมศึกษาและการวิจัย 2.กองทุนวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและพื้นที่ และ 3.กองทุนวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งจะทำให้งานวิจัยของประเทศไทยได้รับการพัฒนาขึ้นและมีความเป็นเอกภาพ
ด้าน นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งได้เข้าร่วมประชุมหารือด้วย กล่าวว่า การจัดตั้งกระทรวงใหม่นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างมากในหลายประเด็น เนื่องจากกระทรวงใหม่ถือเป็นการสร้างกำลังคน ผลักดันงานวิจัย เพื่อพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่การก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยจะส่งผลให้ภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีเสรีภาพทางวิชาการมากขึ้น เป็นการใช้งานวิจัย ส่งเสริมกำลังคน สร้างผลงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อีกทั้งการควบรวมยังเป็นการบูรณาการทำงานจากหลายภาคส่วน ที่ยังคงลักษณะงานเดิมไว้ เพื่อบรรลุเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน

