เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่สน.พลับพลาไชย1 พ.ต.ท.ปรมะ ร่วมสุข รอง ผกก.สส.สน.พลับพลาไชย1 พ.ต.ท.กิจฐิพงศ์ ชูเมือง สว.สส.สน.พลับพลาไชย1 ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาไชย1 จับกุมตัวนายมงคล สมนึกแท่น อายุ 41 ปี พร้อมของกลางของกลาง รถจักรยายนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่สีชมพู ทะเบียน ษกม 467 กทม. รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า คลิกสีเทา ทะเบียน อพท27 กทม. รถ จยย.นี่ห้อ ฮอนด้าฟีโน่ สีเทา ทะเบียน วกม 141 กทม. ไขควง และหกเลี้ยม โดยสามารถจับกุมที่บริเวณ หน้าบ้านเลขที่ 83/16 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความ กับตำรวจ สน.พลับพลาไชย1 ว่ามีเหตุคนร้ายก่อเหตุขโมยรถ จยย. ในช่วงเดือน เมษายน -พฤษภาคม ทั้งหมดรวม 5 คัน จากนั้นทางตำรวจ จึงลงพื้นสืบสวนจนพบว่ามีภาพวงจรปิดสามารถจับภาพทราบรูปพรรณคนร้ายได้อย่างชัดเจน จากนั้นจึงเร่งตรวจเส้นทางการหลบหนี กระทั่งมีเบาะแสว่าคนร้ายพักอาศัยอยู่ ซอยลาดพร้าว 34 และหลบหนีไปกบดานที่บริเวณ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ต่อมาทางตำรวจได้นำกำลังไปตรวจสอบจนสามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้ และขยายผลทำการตรวจของกลางดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.พลับพลาไชย1
สอบสวน ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า จบการศึกษา ระดับ ปวส.ช่างยนตร์ จากนั้นไปเรียน ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรามคำแหง ก่อนจะศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านบางเขน แต่ตนต้องตกงาน ไม่มีงานทำเนื่องจากเคยมีประวัติถูกจับกุม และเพิ่งพ้นโทษ ในข้อหา ลักทรัพย์และรับของโจร เดือน ธันวาคม ปี2560 ที่ผ่านมา จึงอยากหาเงินใช้ ด้วยที่ตนมีวิชาความรู้เรื่องช่างยนตร์จึงออกตระเวนหารถเหยื่อตามตลาดนัดที่มีคนพลุกพล่าน ไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตุ โดยทุกครั้งจะนำตุ๊กตาลูกเทพไปด้วย เพราะตนเชื่อว่าจะมีขวัญกำลังใจให้ก่อเหตุสำเร็จ
ผู้ต้องหา ให้การต่อว่า จากนั้นจะลงมือปลดล็อกคอรถ พร้อมทั้งต่อสายตรง เพื่อทำการสตาร์ทรถ หากพบว่ารถคันไหนมีการวางหมวกกันน็อกนอกตัวรถจะเข็นรถออกมาเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตุเช่นกัน ซึ่งใช้เวลสไม่ถึง 1 นาที หลังจากนั้นจะนำรถที่ได้จากการขโมยขับขี่ตระเวนเล่ห์ขายตามสถานที่ต่างๆในราคาเพียงขายคันละ 3,000-5,000 บาท นำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายและนำไปซื้อยาเสพติดมาเสพ ซึ่งทำลักษณะนี้มาแล้วรวม 9 คัน
อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากคนร้ายมีประวัติลักษณะนี้มา เชื่อว่าน่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ส่วนรถ จยย.ที่เหลืออีก 3 คัน อยู่ระหว่างการขยายผล เนื่องจากคนร้ายไม่สามารถจดจำได้ว่านำไปขายให้ใคร หากมีผู้เสียหายรายใด ถูกก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถมายัง สน.พลับพลาไชยได้ทันที เบื้องต้นแจ้งข้อหา”ลักทรัพย์”ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย1ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

