ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สภ.ท่าอากาศสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวการร่วมมือกับตำรวจกัมพูชาเชิญตัวผู้ต้องหาชาวกัมพูชารายสำคัญนำเข้าข้อความหรือข่าวอันเป็นเท็จเพื่อทำลายความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและเศรษฐกิจ โดยผู้ต้องหาคือนายรัตนะ เฮง (Mr.Ratanak Heng) สัญชาติกัมพูชา ตามหมายจับ ศาลอาญา เลขที่ 115 4/2561 ลงที่ 30 พฤษภาคม 2561 ได้ยินยอมเดินทางติดตาม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เข้ามอบตัวต่อ พนักงานสอบสวน ปอท.เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตามคำสั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมกรณีมีบุคคลนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จได้โพสต์บทความลงในอินเตอร์เน็ต พาดหัวข่าวว่า “บิ๊กตู่ฟิวส์ขาด ด่ากราดปปช. ไล่ให้เติมน้ำเปล่า แทนดีเซลอย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” อันเป็นการนำไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ โจมตีการทำงานของรัฐบาลทำให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารในทางที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์และการทำงานของรัฐบาลมาโดยตลอด แล้วเจ้าหน้าที่ ปอท. ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 โดยผู้ต้องหานายรัตนะ เฮง ได้หนีกลับไปที่ประเทศกัมพูชา ทางเจ้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ร่วมมือกันสามารถควบคุมตัวมาได้และเชิญให้เข้ามารับแจ้งข้อกล่าวหาที่ประเทศไทย ในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่น ตระหนกแกประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีการได้ออกหมายเรียกและเชิญตัวผู้ต้องหาจำนวน 6 รายซึ่งเป็นผู้แชร์ต่อข้อมูลเข้าอันเป็นเท็จดังกล่าวประกอบด้วย (1) นาย ธนวัชร์ อ้อนวอน (2) นายรุ่งโรจน์ ปรีชา (3) นางสาวปภาศร สระอุบล (4) นางสาวจิตาภา บุญทวี (5) นางสาวประภัสสร วันชูชิต (6) นายรฐนนท์ ชัยชนะ มาเข้าพบพนักงานสอบสวน ปอท. และได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่ากระทำความผิดฐานเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็น ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
จากการสอบสวนนายรัตนะ เฮง ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา ยังให้การปฏิเสธ บอกแต่เพียงว่าตนเองเป็นเจ้าของเว็บไซต์จริงแต่ได้มีคนอื่นนำไปใช้และมีการโพสต์และมีการพูดต่อๆ กันไปตนเองไม่ทราบและไม่รู้เรื่อง
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ได้กล่าวว่า ได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย ที่ชมแล้วก็มีการแชร์ต่อ เมื่อมีการสอบสวนขยายผลพบผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งชื่อ นายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา ที่บอกตัวเองว่าทำธุรกิจและเรียนหนังสือที่ประเทศไทย จึงได้นำหมายจับ เข้าไปติดต่อกับตำรวจกัมพูชาก็มาได้พบ ผู้ต้องหา ตามหมายจับโดยผู้ต้องหาได้ยินยอมเดินทางกลับมาประเทศไทยพร้อมกับเจ้าที่ตำรวจไทยเพื่อเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ปอท.มาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ทั้งนี้ เจ้าของเว็บไซต์ผู้ชมและผู้แชร์ มีโทษเท่ากัน คือโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนรายละเอียดที่จะมีข้อหาเพิ่มเติมจะมีการขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา ไปพบพนักงานสอบสวนลงบัญทึกประจำวันไว้ที่ สภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และล่ามไทยได้แปล ข้อกล่าวหา ในฐานความผิดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแกประชาชนก่อนมีการเซ็นยอมรับข้อกฎหมายไทยซึ่งจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

