เตือนไข้เลือดออกระบาด! ฝนมาเร็ว คนป่วยเพิ่ม พบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่

1.06.18 | 18:13 น.

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน  ที่กรมควบคุมโรค  นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดในปี 2561 ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะปกติมักจะระบาดในช่วงฤดูฝน แต่ปีนี้ฝนตกทุกเดือน ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม มีผู้ป่วย 13,164 ราย คิดเป็นอัตราป่วยอยู่ที่ 20 ต่อแสนประชากร เสียชีวิต 19 ราย  คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 0.14 ทั้งนี้ เฉพาะตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา พบอัตราผู้ป่วยสูงเกินค่ากลางของอัตราป่วยในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา ยิ่งตอนนี้เข้าหน้าฝนกันเต็มรูปแบบทั้งประเทศจึงยิ่งน่าเป็นห่วงโดยคาดว่าจากนี้จะมีผู้ป่วยมากถึงเดือนละ 1 หมื่นราย ในทุกภูมิภาคของประเทศ

นพ.สุวรรณชัยกล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือในจำนวน 19 รายที่เสียชีวิตนั้น เราพบว่าเป็นการเสียชีวิตในเด็กโต ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ถึง 12 ราย แบ่งเป็นคนอ้วน 7 ราย ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 3 ราย ความดันโลหิตจาง 3 ราย สูงอายุ 4 ราย และเด็กโต 2 ราย ซึ่งเป็นการตายด้วยภาวะที่ค่อนข้างรุนแรง คือ ช็อก อวัยวะล้มเหลว เช่น ตับวาย ไตวาย ภายใน 7-8 วัน เพราะมาพบแพทย์ช้า หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออกช้า นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตที่อยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุอีก 6 ราย แต่ลักษณะของการเสียชีวิตนั้นเหมือนกันคือ มีภาวะช็อกและอวัยวะล้มเหลว คือถ้ามองสถานการณ์ปีนี้แล้วเรื่องอัตราป่วยไม่เป็นปัญหา แต่ปัญหาคือพอป่วยแล้วแถมยังมีอัตราตายสูงขึ้นด้วย เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมามีคนเสียชีวิต 4 ราย และย้อนหลังกลับไปอีก 1 สัปดาห์ เสียชีวิตไป 3 ราย ดังนั้น ทางกรมจึงมีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) กรณีการระบาดของโรคไข้เลือดออกขึ้นมาและช่วยกันเฝ้าระวังชนิดที่ต้องห้ามกะพริบตา

นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า ขอเตือนประชาชนหากมีไข้สูง 2 วันแล้วไข้ไม่ลดให้สงสัยไว้ว่าเป็นไข้เลือดออกแล้วรีบไปพบแพทย์ อย่าซื้อยามากินเองโดยเฉพาะยากลุ่มเอ็นเสด ไอบูโพรเฟน เพราะจะทำให้เกิดภาวะเลือดออกเฉพาะที่ได้ ส่วนตัวแพทย์เองนั้นหากเจอผู้ป่วยมาในลักษณะนี้ขอให้สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกและตรวจละเอียด เพราะส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าในกรณีที่เป็นในผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วนั้นแพทย์อาจจะไปนึกถึงภาวะโรคเดิมที่เป็นอยู่ อีกทั้งที่ผ่านมาหลายคนยังไปมองว่าเป็นโรคในเด็กเวลาผู้ใหญ่ป่วยเลยนึกไม่ถึงกัน แต่ที่จริงโรคนี้เกิดได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และอาการที่รุนแรงมักพบในการติดเชื้อครั้งที่ 2 ดังนั้นขอให้ป้องกันตัวเองอย่าให้ยุงกัด และช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายด้วยมาตรการ 3 เก็บ คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง  2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่

ด้าน พญ.ดารินทร์ อารีย์โชคชัย รอง ผอ.สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการตรวจวิเคราะห์โรคในผู้เสียชีวิตพบว่าเป็นการติดเชื้อเดงกี่สายพันธุ์ที่ 1, 2 และ 4 ตามลำดับ แต่ยังไม่พบการติดเชื้อสายพันธุ์ที่ 3 ซึ่งเป็นลักษณะเช่นนี้อยู่แล้ว ซึ่งการพบอัตราเสียชีวิตในกลุ่มผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นด้วยภาวะที่รุนแรงนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ และไม่ได้มีการกลายพันธุ์ของเชื้อเดงกี่แต่อย่างใด แต่ก็แตกต่างจากกรณีที่มีดาราเสียชีวิตจากไข้เลือดออกเมื่อหลายปีก่อน เพราะกรณีของดารานั้นเป็นการเสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาใน รพ.มาระยะหนึ่งแล้ว แต่กรณีประชาชนที่เสียชีวิตปีนี้เกิดขึ้นจากตัวโรคโดยตรงและเสียชีวิตเร็วเฉลี่ย 7 วัน อย่างไรก็ตาม หากยังปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปคาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเดือนละ 1 หมื่นราย และถึงสิ้นปีคาดว่าจะมีผู้ป่วยมากถึง 8 หมื่นราย

ทั้งนี้ ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคพบว่าจำนวนผู้ป่วยเริ่มสูงกว่าปกติตั้งแต่เดือน เม.ย.ต้นมา พบมากในภาคกลาง ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดใหญ่ทางภาคใต้ เช่น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ ภูเก็ต, ภาคกลางตอนบน ได้แก่ นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก, และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

Advertisement