ให้ออก ตร.พัทยา รีด 2 หมื่นแลกปล่อยตัวสาวเมาขับชน แถมลวนลามบนโรงพัก

2.06.18 | 09:45 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่หญิงสาวชาว จ.ชัยภูมิ แจ้งความถูกชายแต่งกายคล้ายตำรวจเรียกรับเงินเมาแล้วขับ ทำการหอมแก้มลวนลามบนสถานีตำรวจ ว่าได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เวลาประมาณ 03.30 น. หญิงดังกล่าวได้ขับรถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ทะเบียน 6 กอ 1340 กรุงเทพมหานคร มาตามถนนพัทยาสายสอง เมื่อมาถึงซอย 3 ได้เลี้ยวรถขับย้อนศรเข้าไป และเกิดเฉี่ยวรถคู่กรณีจอดอยู่ข้างทางถูกบริเวณประตูรถด้านคนขับและยังเฉี่ยวชนประชาชน ที่ยืนอยู่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุและออกตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบหญิงดังกล่าวและรถยนต์คู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้เชิญตัวหญิงดังกล่าวและญาติคู่กรณีมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการสอบสอน

“จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ให้คู่กรณีไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทดสอบแอลกอฮอล์ของคู่กรณี และแจ้งว่าผลตรวจของหญิงคนขับรถมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวเข้าไว้ในห้องควบคุมตัว จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณหน้าห้องควบคุมมาเรียกรับเงินจากผู้แจ้ง จำนวน 20,000 บาท เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี และยังได้กอดและหอมแก้มผู้แจ้งด้วย ผู้แจ้งจึงให้บัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัส ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปกดเงินจำนวน 20,000 บาท และมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัวผู้แจ้งออกมา” รองโฆษก ตร.กล่าว

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า จากนั้นวันที่ 31 พฤษภาคม เวลาประมาณ 13.00 น. หญิงดังกล่าวได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี ซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงกันได้ แต่ฝ่ายประกันของหญิงสาวนั้นไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ เนื่องจากอ้างว่าหญิงสาวขับรถขณะเมาสุรา พนักงานสอบสวนจึงได้ไกล่เกลี่ยและเจรจาให้ไปทำการซ่อมรถด้วยตนเอง หญิงสาวรู้สึกเครียด จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ของวันเดียวกันในเวลาประมาณ 14.00 น. เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการเรียกรับผลประโยชน์เกี่ยวกับกรณีปล่อยตัวออกจากห้องควบคุมตัวและมีการกระทำอนาจาร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว โดยขณะนี้ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้มีคำสั่ง สภ.เมืองพัทยา ที่ 205/2561 ลงวันที่ 1 มิ.ย.2561 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น และทำการตรวจสอบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พร้อมทั้งได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 1 นาย ตามที่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เรียกรับผลประโยชน์ให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงและสามารถตอบคำถามสังคมได้ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนและกระทำความผิด ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าในยุคปฏิรูปตำรวจจะต้องไม่มีข้าราชการตำรวจนายใดประพฤติตนทุจริต ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างๆ จะต้องปฏิบัติงานด้วยความสุจริตเป็นธรรมบริการประชาชนด้วยใจ โดยให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 หากพบตำรวจนายใดมีพฤติกรรม เรียกรับผลประโยชน์ ประพฤติมิชอบ ทุจริตคอร์รัปชั่น จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา และให้ช่วยกันร้องเรียนหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว