เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรมราชทัณฑ์จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ก้าวผิดคิดพลาด…ให้โอกาสแก้ตัวใหม่” (มาตรการทางเลือกแทนการจำคุก) โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน เปิดเผยว่าปัจจุบันมีผู้ต้องโทษจำคุกถึง 350,366 คน เกิดสภาวะแออัดภายในเรือนจำหรือสภาวะคนล้นคุก ซึ่งกรมราชทัณฑ์เหมือนอยู่ปลายน้ำ จึงต้องศึกษาและแก้ไขที่ต้นน้ำก่อน ความหมายคือการใช้มาตรการเลี่ยงโทษแทนการจำคุกที่ต้องดูที่เจตนาว่าบุคคลนั้นมีสันดานโจรหรือมีพฤติกรรมของผู้ที่เป็นอาชญากรโดยสันดาน ไปจนถึงเมื่อต้องได้รับโทษจำคุกและเข้ามาอยู่ในคุกแล้วต้องได้รับการปรับเปลี่ยนจิตสำนึก ใช้ศาสนาขัดเกลา หรือใช้ผู้มีประสบการณ์ช่วยกล่อมเกลาให้สามารถปรับร่างกาย จิตใจ และสร้างทักษะให้มีมาตรฐาน ก่อนที่จะพ้นโทษออกไปสู่สังคม รวมถึงการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดได้รับงานทำหลังรับโทษ ซึ่งจะทำให้นักโทษออกไปมีโอกาสสร้างตัวใหม่ มีงานทำ และไม่กลับไปกระทำความผิดอีก
ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ต้องขังจำนวนมากเกินกว่าพื้นที่ของเรือนจำ ทำให้คนล้นคุก กรมราชทัณฑ์ได้พยายามแก้ไขด้วยการเปิดโอกาสให้มีการใช้สถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ รวมถึงการบังคับโทษด้วยวิธีการอื่นแทนการลงโทษด้วยการจำคุก แต่ก็ยังไม่ได้มีผลอย่างเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร เนื่องจากกรมราชทัณฑ์เปรียบเสมือนปลายน้ำสำหรับกระบวนการยุติธรรม และเป็นหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล จึงจำเป็นต้องเร่งหามาตรการแก้ไขแบบองค์รวม ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบูรณาการกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติ รวมถึงภาคเอกชน เนื่องจากปัญหาผู้ต้องขังล้นคุกเป็นปัญหาสังคมที่มีผลกระทบเป็นลูกโซ่และมีลักษณะของวงจร ซึ่งกรมราชทัณฑ์หวังว่าจะนำไปสู่ข้อสรุปถึงวิธีการอื่นๆ ที่เหมาะสมกับมาตรฐานสากลและบริบทของสังคมไทยแทนการลงโทษจำคุก
ต่อมา น.ส.แคธารีน ฮาร์ทเซนบัช เจ้าหน้าที่กระทรวงการยุติธรรม สหรัฐอเมริกา ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงมาตรการทางเลือกแทนการลงโทษจำคุกในสหรัฐอเมริกาว่าในรัฐเซาท์ดาโคตา นอร์ทดาโคตา และนอร์ทแคโรไลนา มีการใช้โทษทางเลือกกับผู้ต้องโทษคดีเมาแล้วขับ มีการใช้กำไลข้อมือควบคุมตัวแทนการจำคุกโปรแกรมนี้จะลดการกระทำความผิดซ้ำ ปรับปรุงความปลอดภัยสาธารณะ ลดผู้ต้องขัง ให้ผู้ถูกจับกุมอยู่กับเพื่อนและญาติได้ ยังมีงานทำ ประหยัดค่าใช้จ่ายรัฐบาล โดยผู้ที่ผ่านโปรแกรมโทษทางเลือกมีแนวโน้มทำความผิดในโทษเมาแล้วขับน้อยลงกว่าครึ่ง ด้านคดียาเสพติดในศาลเยาวชน ศาลทหารผ่านศึก ศาลชุมชนมีการกำหนดโทษทางเลือกแทนการจำคุกในความผิดฐานลหุโทษ โดยเกิดในกระบวนการอาญาแบบไต่สวนแทนที่จะเป็นแบบกล่าวหา โดยจำเลยต้องรับสารภาพก่อนเข้าสู่กระบวนการบำบัด โดยโปรแกรมใช้เวลา 1-2 ปี ต้องรายงานตัวต่อศาล บำบัดรักษาเป็นระยะ มีการลงโทษและให้รางวัล โดยไม่เข้าระบบราชทัณฑ์ เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เป็นการลดต้นทุนที่เกี่ยวกับการจองจำและการกระทำผิดซ้ำ โดยมีการพิสูจน์และการศึกษาแล้วว่าผู้กระทำผิดจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดน้อยลง20% และจับกุมน้อยลง16%
น.ส.อูเอโนะ มามิ เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีการส่งเสริมการบำบัดผู้กระทำผิดโดยชุมชน โดยในชั้นศาลมีการใช้โทษค่าปรับและรอลงอาญา ปี2016 มีผู้ต้องขังเข้าเรือนจำราวสองหมื่นคนซึ่งไม่มากนัก จากปี2006ประชากรในทัณฑสถานญี่ปุ่นมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆจนปัจจุบันไม่มีสภาพนักโทษล้นคุก การบำบัดผู้กระทำผิดโดยชุมชนช่วยลดความหนาแน่นในคุก และลดปัญหาอื่นจากการจำคุกเช่นความมีมลทินและสร้างความบอบช้ำให้ผู้ต้องขัง โดยต้องมีความเข้าใจจากสาธารณชน เพราะชุมชนต้องเข้ามาสนับสนุนในกิจกรรมบำบัดต่างๆ โดยมีขั้นตอนการคุมประพฤติพักการลงโทษ และการบริการหลังลงโทษ โดยในญี่ปุ่นมีประชาชนทั่วไปเข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยงานคุมประพฤติถึง 4.8 หมื่นคน


