เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วย นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกทม. นายสมบูรณ์ หอมนาน ผู้อำนวยการ (ผอ.) เขตบางเขน นางขจีรัตน์ เจนาคม ผอ.เขตหลักสี่ นายสมบัติ วรสินวัฒนา ผู้ช่วยผอ.เขตจตุจักร ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำสื่อมวลชนล่องเรือตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) ลาดพร้าว ตั้งแต่บริเวณวัดบางบัว -ชุมชนร้อยรุ่นใหม่พัฒนา ซ.พหลโยธิน 51 พร้อมจัดกิจกรรม On-Ground คลองลาดพร้าว ภายใต้ชื่อ “คืนความสุขให้คนคลอง คืนสายคลองให้คนเมือง” เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในการเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ท่ามกลางฝนตกหนัก
นายสกลธี ให้สัมภาษณ์ว่า โครงการสร้างเขื่อนและการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยรัฐบาลมอบหมายให้กทม.รับผิดชอบโครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว รวมระยะทางทั้งสองฝั่ง 45.3 กิโลเมตร (กม.) และให้พม.มอบหมายพอช.จัดทำแผนรองรับประชาชนในชุมชนที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวโครงการก่อสร้างเขื่อน รวม 50 ชุมชน จำนวน 7,069 ครัวเรือน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 ขณะนี้มีประชาชนเข้าร่วมโครงการมากกว่าร้อยละ 80 และดำเนินการก่อสร้างบ้านแล้วประมาณ 2,700 ครัวเรือน ส่วนความคืบหน้าการตอกเสาเข็ม ขณะนี้กทม.ตอกเสาเข็มแล้วประมาณ 20 กม. หรือคิดเป็นร้อยละ 45

“สาเหตุประชาชนไม่ยินยอมเข้าร่วมโครงการเพราะยังไม่เห็นภาพและเข้าใจจุดประสงค์ของรัฐบาล กทม.จึงร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์และพม.สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนอย่างเข้มข้น ส่วนวิธีการอื่นกทม.พยายามให้เจ้าหน้าที่เขต ซึ่งมีความคุ้นเคยกับชาวบ้านลงพื้นที่ทำความเข้าใจ โดยชาวบ้านเริ่มเข้าใจ เพราะเห็นภาพที่หน่วยงานรัฐดำเนินการ ทั้งการก่อสร้างบ้านมั่งคงที่แล้วเสร็จและแนวเขื่อนริมคลองลาดพร้าว ส่วนกลุ่มประชาชนที่ต่อต้านก็ต้องเร่งทำความเข้าใจ คิดว่าเมื่อหลายพันหลังคาเรือนทยอยดำเนินการ กลุ่มต่อต้านจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นปัจจุบัน” นายสกลธี กล่าวและว่า ส่วนปัญหาประชาชนรื้อย้ายบ้านออกแล้วแต่ยังไม่มีบ้านอาศัย เนื่องจากบ้านในแนวนอกเขื่อนยังไม่รื้อย้าย กทม.ได้เสนอแนวคิดกับพอช.ให้เร่งทยอยดำเนินการสร้างบ้านจุดที่รื้อย้าย เพื่อนำคนที่ไม่มีที่พักอาศัยเข้าไปอยู่ก่อน ส่วนนี้พอช.รับปากจะนำไปพิจารณาและเร่งช่วยเหลือชาวบ้าน
นายสกลธี กล่าวอีกว่า หากโครงการก่อสร้างเขื่อนไม่เกิดขึ้น ปัญหาการรุกล้ำลำคลองส่งผลทั้งสุขอนามัย ความสะอาดและประสิทธิภาพการระบายน้ำในกลุ่มกรุงเทพฯเหนือ จึงอยากให้ทุกคนเข้ามาส่วนร่วมทำให้ชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ด้านนางสำเนียง ยิ่งยง อายุ 63 ปี ประกอบอาชีพค้าขาย บอกว่า เดิมเช่าอาศัยบ้านอยู่ติดริมคลองลาดพร้าวมากว่า 27 ปี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่รัฐได้เข้ามาทำความเข้าใจแก่ชาวบ้าน จนกระทั่งเจ้าของบ้านยอมรื้อย้ายบ้าน ส่วนตนแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งได้ออกแบบผังแล้วเสร็จแล้ว แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังไม่สามารถก่อสร้างบ้านแนวนอกเขื่อนได้ เพราะชาวบ้านบริเวณนั้นไม่ยอมรื้อย้ายออกจนถึงปัจจุบันและไม่ขอประสงค์เข้าร่วมโครงการ ตอนนี้ไม่มีที่อยู่ ต้องปลูกเพลิงเป็นบ้านชั่วคราวเพื่ออยู่อาศัยจนกว่าบ้านแนวนอกเขื่อนจะยินยอมรื้อย้ายออก ส่วนเพื่อนบ้านที่ได้ปลูกบ้านใหม่แล้ว ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความสุขเพราะมีพื้นที่บ้านอาศัยเป็นสัดส่วน

“อยากให้หน่วยงานรัฐช่วยเร่งรัดเจรจาและทำความเข้าใจให้ชาวบ้านแนวนอกเขื่อน ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างบ้านมั่งคงให้เข้าร่วมโครงการ เพื่อป้าและชาวบ้านอีกหลายร้อยคนที่ย้ายบ้านแล้ว แต่ยังไม่มีบ้านอยู่จะได้มีบ้านอยู่อาศัย ส่วนโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวก็เห็นด้วยเพราะเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บริเวณนี้เกิดน้ำท่วมหนัก ช่วงแรกต้องอาศัยอยู่บนหลังคาบ้าน ข้าวของเสียหายเกือบหมด” นางสำเนียง กล่าว

