จากกรณีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 และ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ซึ่งได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือในวันที่ 11 เมษายนนี้
เมื่อวันที่ 7 เมษายน ผศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 เมษายนได้มีการหารือในประเด็นนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ตระหนักดีถึงความสำคัญที่จะเกิดขึ้นหากมีการปรับแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการปรับแก้กฎหมายฉบับนี้ ในฐานะของกรรมการคนหนึ่งก็ขอเรียกร้องให้ที่ประชุมวันที่ 11 เมษายน โดยเฉพาะขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า การจะปรับแก้กฎหมายใด ขอให้ดำเนินการโดยยึดหลักการมีส่วนร่วม ไม่ใช่ปรับแก้กันเองตามที่ต้องการ หรือตามการชี้นำของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
“ขณะนี้ค่อนข้างกังวลว่าการปรับแก้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ จะดำเนินการแบบรวบรัด ทำกันเองเฉพาะกลุ่มตามธงที่ตั้งไว้แล้ว ตัดขาดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นเช่นนี้ก็จะก่อปัญหาไม่จบสิ้น เรื่องหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นเรื่องสำคัญ เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมจะทำให้เกิดการพัฒนาปรับแก้กฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริงมากกว่า” ผศ.ภญ.ยุพดี กล่าว
แหล่งข่าวในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมาระบุว่า ในการประชุมบอร์ดฯ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ในที่ประชุมว่า การมีส่วนร่วมเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงคณะกรรมการที่จะมีการปรับแก้ไข 2 พ.ร.บ. ไม่ใช่การปิดหูปิดตา เลือกฟังข้อมูลเฉพาะกลุ่ม แต่เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกกลุ่ม ในส่วนของบอร์ด สปสช.ก็มีส่วนร่วมตรงนี้ด้วย และบอร์ดก็เพิ่งมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ ดังนั้นก็ขอมอบให้คณะอนุกรรมการชุดนี้ ช่วยดูจุดแข็งจุดอ่อน ประเด็นที่ควรต้องปรับปรุงแก้ไขในกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วนำเสนอให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง

