คาด ‘พระพรหมเมธี’ หนีไปเวียงจันทน์ กองปราบฯ ค้นวัดสระเกศตามหา ‘เจ้าคุณปิง’ เอี่ยวตุ๋ยฆราวาส

3.06.18 | 09:52 น.

ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหา “สีกาจุ๋ม” พบให้การเป็นประโยชน์กันไว้เป็นพยาน ส่วนพระพรหมเมธียังล่องหนอยู่ในลาวคาดขึ้นเหนือไปเวียงจันทน์ ขณะที่กองปราบฯลุยค้นวัดสระเกศอีกรอบตามหา “เจ้าคุณปิง” เอี่ยวตุ๋ยฆราวาส

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน มีรายงานว่า ชุดสืบสวนกองปราบฯ นครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ยังคงปักหลักติดตามตัว พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินเนื่องจากพัวพันกับการทุจริตเงินทอนวัดอยู่ที่ จ.นครพนม หลังจากที่ก่อนหน้านี้พบว่าพระพรหมเมธีได้หลบหนีข้ามไปยังแขวงคำม่วน ประเทศลาว ซึ่งล่าสุดชุดสืบสวนพบเบาะแสว่าพระผู้ใหญ่รูปนี้ได้หลบหนีออกจากแขวงคำม่วนมุ่งหน้าไปยังภาคเหนือของประเทศลาวแล้ว โดยมีเป้าหมายอาจจะเป็นที่กรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของประเทศลาว โดยมีคนลาวเป็นผู้พาหลบหนี โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) และ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับตำรวจลาวเพื่อเร่งติดตามตัวพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้มีรายงานว่า จากการติดตามตัวหญิงชาวไทย 1 คน และหญิงชาวลาวอีก 1 คน ที่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้ที่พาผู้ต้องหาหลบหนีนั้น ล่าสุดหญิงชาวไทย หรือสีกาจุ๋ม เจ้าแม่วงการตลาดหุ้นของเมืองไทยและผู้ถือหุ้นใหญ่คนหนึ่งของบริษัทเหมืองแร่ชื่อดังได้เดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 พ.ค. เมื่อเดินทางกลับมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. จึงได้เชิญตัวมาสอบสวน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าสอบสวนด้วยตนเอง โดยสีกากีจุ๋มได้ให้การว่า ได้เดินทางข้ามแดนไปเพื่อพบกับพระพรหมเมธี เนื่องจากมีนัดไปทำบุญที่ประเทศลาว โดยทราบว่าพระพรหมเมธีเดินทางข้ามจากประเทศไทยโดยทางเรือและมีหญิงชาวลาวที่ชื่อ “จันทนา” ไม่มีนามสกุล เดินทางมารับ ส่วนตนข้ามแดนทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 แต่เมื่อพบตัวและได้ทราบข่าวว่าพระพรหมเมธีมีหมายจับและเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีมา ตนจึงเดินทางกลับมาเมืองไทยและพร้อมที่จะให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้จากการสอบปากคำ สีกาจุ๋ม พบว่าให้การที่เป็นประโยชน์เจ้าหน้าที่จึงบันทึกปากคำไว้และไม่ได้แจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีใดๆเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ที่เจตนาจะพาพระพรหมเมธีหลบหนีไปยังประเทศลาว อย่างไรก็ตามในส่วนของนางจันทนา หญิงสาวชาวลาวนั้นกำลังพิจารณาว่าจะออกหมายจับในข้อหากระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 189 หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การติดตามตัวพระพรหมเมธีที่ประเทศลาวตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ชุดสืบสวนของตำรวจไทยชุดหนึ่งได้ข้ามแดนไปยังแขวงคำม่วนประเทศลาว เพื่อประสานกับตำรวจลาวในการสืบสวนหาข่าวติดตามตัวผู้ต้องหา ในขณะที่ชุดสืบสวนที่เมืองไทยได้เข้าควบคุมตัวชายชาวลาวซึ่งเป็นลูกชายของ นางจันทนา ที่นางจันทนาใช้ให้ข้ามแดนเพื่อไปเลื่อนรถของสีกาจุ๋มไปเก็บที่วัดป่าสุคนธรักษ์ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งนับเป็นพยานคนแรกที่ตำรวจควบคุมตัวไว้เพื่อสอบถามเบาะแสการติดตามตัวพระพรหมเมธี อย่างไรก็ตามช่วงบ่ายของวันที่ 1 มิ.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศลาวได้เข้าควบคุมตัวชุดสืบสวนของตำรวจไทยเอาไว้ที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน เนื่องจากมีความเข้าใจผิดกันเกิดขึ้นในการทำงาน เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นจึงต้องประสานงานกันกระทั่งตำรวจลาวยอมปล่อยตัวตำรวจไทย และตำรวจไทยได้ปล่อยตัวลูกชาย นางจันทนา ไปเป็นการแลกเปลี่ยนเมื่อช่วงเย็นของวันเดียวกัน

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้นกุฏิของพระเมธีสุทธิกร (สังคม สังฆะพัฒน์) หรืออดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อายุ 47 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในคณะ 4 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยภายหลังการเข้าค้นนานกว่า 1 ชั่วโมง พบว่าภายในกุฏิมีการเก็บกวาดเรียบร้อย และเป็นระเบียบ จนทำให้ตำรวจเกรงว่าหลักฐานบางอย่างอาจจะถูกทำลายไปแล้ว แต่ก็ยังพบเอกสารจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำกลับไปตรวจสอบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

Advertisement

นอกจากนี้ชุดสืบสวนกองปราบปรามที่เดินทางไปที่วัดสระเกศยังได้ติดตามหาตัว พระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิ สุทธิกุโล) หรือเจ้าคุณปิง อายุ 37 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯและพระเลขานุการส่วนตัวของ อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เพื่อจะนำตัวไปสอบปากคำแต่ไม่พบตัวโดยเจ้าหน้าที่ภายในวัดบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.เจ้าคุณปิงยังคงมาปฏิบัติศาสนกิจตามปกติ แต่หลังจากเมื่อวานแล้วก็ไม่พบตัวอีกเลยและไม่ทราบว่าเดินทางไปที่ใด จากการตรวจสอบ อาคารสิทธิเดช ซึ่งเป็นที่ตั้งกุฏิของเจ้าคุณปิง พบว่าถูกปิดเงียบ ประตูทางเข้าต้องใช้รหัสผ่านจึงจะสามารถเข้าไปได้ ทั้งนี้ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบประตูรั้วสีขาวที่สามารถทะลุออกข้างวัดไปยังถนนบริพัตร ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียงทราบว่าประตูดังกล่าวเป็นประตูที่พระลูกวัดและชาวบ้านใช้สัญจรไปมาเป็นปกติ ซึ่งใครก็สามารถผ่านประตูนี้ได้ทั้งนั้น

ทั้งนี้ มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนกองปราบฯได้เข้าตรวจค้นกุฏิของเจ้าคุณปิงไปแล้วครั้งหนึ่ง จากการตรวจค้นพบภาพลามกอนาจารซึ่งเป็นภาพการร่วมเพศกัน หรือ “ตุ๋ย” ระหว่างบุคคลที่หน้าคล้ายกับเจ้าคุณปิงกับผู้ชายฆารวาส และภาพเปลือยผู้ชายจำนวนหนึ่งอยู่ด้วย ชุดสืบสวนกองปราบฯจึงต้องการนำตัวไปสอบปากคำยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันและมีการกระทำความผิดกฎหมายอาญาก็จะต้องถูกดำเนินคดี แต่หากไม่พบการกระทำความผิดก็จะเชิญเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาตรวจสอบถึงความเหมาะสม หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดทางวินัยหรืออาบัติปาราชิกฐานเสพเมถุนก็จะต้องสละสมณเพศต่อไป

สำหรับเจ้าคุณปิงนั้นเป็นที่รู้กันว่าเป็นพระสงฆ์ที่มีความสนิทสนมกับวงการดารา ผู้จัดละคร และวงการบันเทิงจนมีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นคนที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ เจ้าคุณปิงยังเป็นผู้สนับสนุนโครงการปลูกต้นกล้ายาตราพุทธภูมิ ซึ่งเป็นโครงการบวชสามเณรของวัดสระเกศฯ ที่มีบรรดาเด็กผู้ชายเข้ามาร่วมบวชจำนวนมากในแต่ละปีอีกด้วย ทั้งนี้ เจ้าคุณปิงถือเป็นพระดาวรุ่งคนหนึ่งของวัดสระเกศฯ ก่อนหน้าที่จะอุปสมบทจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จากนั้นศึกษาทางธรรมจนจบเปรียญธรรม 3 ประโยค และจบการศึกษาพุทธศาสนามหาบัณฑิตจากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยควบคู่กันด้วย เจ้าคุณปิงเป็นหนึ่งในพระที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์อย่างรวดเร็วเนื่องจากบวชมาเพียงแค่ 16 พรรษาแต่ได้เป็นถึงพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ตำแหน่งพระวิสุทธิศาสนวิเทศ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2558 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ครองสมณศักดิ์เป็นพระครูปลัดสุวัฒนสิทธิคุณฯ ทำหน้าที่พระฐานานุกรมในพระพรหมสิทธิ เพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น