‘ปนัดดา’ปาฐกถา’ตามรอยพระบาทศาสตร์พระราชา ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง น้อมนำไทยสู่ร่มเย็น’ที่ กฟผ.

3.06.18 | 15:35 น.

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ตามรอยพระบาทศาสตร์พระราชา ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง น้อมนำไทยสู่ความร่มเย็น” และมอบรางวัลการประกวดผลการดำเนินงานโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ประจำปี 2560 เพื่อขยายผลการดำเนินโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่หอประชุมเกษม จาติกวณิช สำนักงานกลางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ตอนหนึ่งว่า “หลักคุณธรรมจริยธรรมที่ยั่งยื่นมีส่วนสำคัญโดยตรงกับการพัฒนาการอาชีวศึกษา ขอให้ทุกท่านโดยเฉพาะลูกหลานนักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ ได้ร่วมกันน้อมนำพระบรมราโชวาทสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผู้อำนวยการของทุกๆ สถาบันการศึกษาควรมีระบบวิธีการติดตามงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด และเป็นรูปธรรม ประการสำคัญ คือ ความเป็นแบบอย่างแก่ศิษย์ หรือการเป็นแบบอย่าง (Role Model) ที่ดีตลอดเวลา

พระราชดำรัสคำสอนในเรื่องการศึกษา คือ การศึกษามุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน ได้แก่ การมองในเชิงบวก หรือมองในสิ่งที่ดี มีกำลังใจ และต้องสร้างพื้นฐานชีวิต หรืออุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง เช่น ความมีระเบียบวินัย ความมีคุณธรรมจริยธรรม แต่ไม่ใช่การว่ากล่าวแต่ผู้อื่นแล้วไม่เคยศึกษาปัญหาตนเอง

ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก มีเหตุและผล การคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล เพราะโลกเราในปัจจุบันแม้จะมีวิวัฒนาการไปมากมายเพียงใดก็ตาม ก็ยังไม่มีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใดที่สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญาสุขุมรอบคอบ คือคิดด้วยสติสัมปชัญญะ รู้ตัวอยู่เสมอ ไม่หลงลืมตัวหรือสำคัญตน เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทหรือความผิดพลาด และอคติต่างๆ มิให้เกิดขึ้น ช่วยให้การใช้ปัญญา (Intelligence) พิจารณาปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันได้อย่างกระจ่างชัด ในทุกขั้นทุกตอน อันเป็นพระบรมราโชวาทพระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 1 สิงหาคม 2539

การอาชีวศึกษาเป็นการศึกษาที่สำคัญของประเทศชาติ การสอนให้ผู้ประกอบอาชีพมีความรอบคอบ มีความเพียร และเสียสละ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอันดับแรก

การพัฒนาคน ต้องทำให้มีทักษะที่ไม่ใช่เพียงคิดเป็น แก้ปัญหาได้ แต่ต้องรู้จักนำความรู้ ข้อมูลที่มีมากมายบนโลกดิจิทัลที่พวกเขาสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม โดยการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง

Advertisement

คุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้จบการศึกษาทางด้านอาชีวะ นอกเหนือจากความสามารถทางวิชาการ สมควรมีมนุษยสัมพันธ์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และการบริหารเวลา ความซื่อสัตย์สุจริต ความเชื่อมั่นในตนเอง การประหยัดไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ความสนใจใฝ่รู้ การละเว้นสิ่งเสพติดทั้งหลายและการพนัน ความรู้รักสามัคคี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การพึ่งตนเอง ความอดกลั้น รักษามารยาทไทย

ประเทศไทย ยุค 4.0 ต้องมีการขับเคลื่อนพัฒนาระบบการจัดการคน การสร้างคนเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่สุดโต่งหรือฟุ่มเฟือยจนเกินเหตุ เริ่มจากการมีระบบการศึกษาที่ดี มีที่ปรึกษาและครูอาจารย์ที่มองการณ์ไกล และมีความเข้มแข็งอดทนในการเผชิญหน้าต่อปัญหาหนึ่งๆ ด้วยความกล้าหาญ พยายามแก้ไขปัญหาด้วยเหตุและผล ค่อยเป็นค่อยไปก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก”