เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี มีชายชักอาวุธลักษณะคล้ายปืนออกมาข่มขู่ผู้เสียหาย บริเวณแยกไฟแดง ในเขตพื้นที่ สภ.พัทยา ตามที่ปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ ว่า ได้รับรายงาน จาก สภ.พัทยา ว่า เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน เวลาประมาณ 02.30 น. ผู้เสียหาย และกลุ่มเพื่อนผู้เสียหายได้ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ จอดอยู่บริเวณแยกไฟแดง นาเกลือ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีรถยนต์กระบะ เชฟโรเลต สีทอง สภาพแต่งซิ่งข้างรถติดสติ๊กเกอร์ Rod Zing Pattaya ซึ่งจอดรอสัญญาณไฟทางด้านขวาของกลุ่มผู้เสียหาย ต่อมาเมื่อสัญญาณไฟเป็นสีเขียวรถกระบะได้ออกตัวแรง เป็นสัญญาณท้าแข่งรถกับกลุ่มผู้เสียหาย แต่กลุ่มผู้เสียหายได้ขับรถไปตามปกติ ต่อมาเมื่อกลุ่มผู้เสียหาย ได้ขับขี่มาถึงปากทางเข้าอุโมงค์ทางลอดแยกพัทยากลาง ผู้ขับรถกระบะดังกล่าวได้ชะลอรถพร้อมชักอาวุธปืนขนาด 11 มม. สีดำไหม้ ยื่นออกมาจากตัวรถ เมื่อกลุ่มผู้เสียหายขับมาถึงแยกไฟแดงปากซอยสยามจุดเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุที่ขับรถกระบะคันดังกล่าวได้ลงมาจากรถและเดินมาทางผู้แจ้งถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า” ผู้เสียหายจึงตอบว่าไม่มี และได้นำปืนมาจ่อที่ศีรษะผู้เสียหาย กลุ่มผู้เสียหายจึงกล่าวขอโทษ ผู้ก่อเหตุจึงขับรถออกไป ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาเวลา 15.00 น. ชายไทยผู้ขับรถกระบะที่ก่อเหตุ ทราบชื่อภายหลังคือ นายสมพร แสงศร ได้เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา แจ้งว่าตนเป็นบุคคลที่ปรากฎ ตามคลิปวีโอ สื่อออนไลน์โดยได้ใช้อาวุธปืนจี้ไปที่บริเวณศีรษะของกลุ่มผู้เสียหายจริง โดยสารภาพว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุตนซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดื่มสุรามาแล้วมีอาการมึนเมา ได้ขับขี่รถยนต์ดังกล่าวมาตามถนนที่เกิดเหตุพบกลุ่มผู้เสียหายขับขี่รถจักรยายนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งเมื่อสัญญาณไฟสีเขียว กลุ่มผู้เสียหายได้ออกไปอย่างรวดเร็วและขับมายกล้อข้างรถยนต์ของผู้ต้องหา ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความไม่พอใจแล้วได้ขับขี่ติดตามกลุ่มผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง และได้โชว์อาวุธปืนให้กับกลุ่มผู้เสียหายจริง เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงและติดสัญญาณไฟแดง ผู้ต้องหาจึงลงมาจากรถยนต์กระบะ พร้อมอาวุธปืน และจี้ที่บริเวณศีรษะของผู้เสียหาย กลุ่มผู้เสียหายจึงได้แยกย้าย
ต่อมาจึงมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนพร้อมกับนำอาวุธปืนอัดลมจำนวน 1 กระบอก ซึ่งใช้ในการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวพร้อมยึดอาวุธปืนปลอมเป็นของกลาง แจ้งข้อกล่าวหาทราบว่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร,ข่มขู่ผู้อื่นโดยมีอาวุธ จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พนักงานสอบได้รับคำร้องทุกข์และสอบปากคำพยานได้หลายปาก และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้ต้องหาตามกฎหมายไว้แล้ว โดยขอประชาสัมพันธ์ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนว่า เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเพื่อนร่วมทางจะตัดสินใจในการขับรถอย่างไร บางครั้งอาจจะขับรถไม่เป็นที่พอใจ เมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้ขอให้หลีกเลี่ยง ตั้งสติให้ดี และอย่าใช้อารมณ์ เมื่อเห็นว่าคู่กรณีกระทำความผิดจริงควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าตัดสินใจโดยพลการ เพราะอาจเกิดความสูญเสียขึ้นได้ อย่าลืมว่าเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดี ผิดถูกไปว่ากันที่โรงพัก” เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง ทุกกรณีเกิดจากการใช้อารมณ์ ตนเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ หากควบคุมอารมณ์ไม่ได้จริง สามารถนำหลักฐานด้วยการถ่ายภาพทะเบียนรถหรือหลักฐานอื่นๆ มาแจ้งที่โรงพัก หรือแจ้ง 191 หรือ 1559

