อธิบดีลั่น รพ.กรมการแพทย์ 30 แห่ง เลิกใช้ถุงพลาสติก 1 ต.ค.นี้

4.06.18 | 14:51 น.

เมื่อวันที่ 4  มิถุนายน ที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าว “กรมการแพทย์รักษ์โลก พกถุงผ้าใส่ยากลับบ้าน” ว่า ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัญหาสำคัญของโลก และประเทศไทย องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งในปี 2561 ประเด็นหลักในการรณรงค์ คือ “ Beat Plastic Pollution” และกำหนดคำขวัญว่า “รักษ์โลก เลิกพลาสติก” (If You Can’t Reuse It, Refuse It) โดยสาเหตุของปัญหาดังกล่าว คือ การใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้คุณค่า ปัญหามลภาวะทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ตลอดจนปัญหาจากขยะ เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม แก้วกระดาษ เป็นต้น ซึ่งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น จนก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะถุงพลาสติกต้องใช้เวลากว่า 450 ปี ในการย่อยสลาย

นพ.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า จากข้อมูลการใช้ถุงพลาสติกใส่ยาของหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ ปี 2560 พบว่า มีจำนวน 9,010,164 ใบ หรือคิดเป็นมูลค่า 2.5 ล้านบาท หากมีการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลงจะช่วยลดปัญหาขยะและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ที่ผ่านมาสถาบัน/โรงพยาบาลของกรมการแพทย์จำนวน 30 แห่ง ได้เริ่มดำเนินการยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกใส่ยาไปแล้วจำนวน 18 แห่ง อาทิ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ จังหวัดชลบุรี โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ สถาบันประสาทวิทยา สถาบันโรคทรวงอก เป็นต้น และอยู่ในระหว่างดำเนินการจำนวน 12 แห่ง โดยได้จัดกิจกรรมรณรงค์ขอความร่วมมือจากประชาชนผู้มารับบริการและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ โดยได้ตั้งเป้าแล้วว่า วันที่ 1 ตุลาคม 2561 หน่วยงานในสังกัดกรมทุกแห่งต้องปลอดการใช้ถุงพลาสติก

“จากการสำรวจและจัดทำแบบสอบถามภายหลังดำเนินกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ปี 2560-2561 ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนเข้าใจ เห็นด้วยกับมาตรการนี้ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยถุงผ้าที่นำมาใช้นั้นมาจากหลายส่วน ทั้งของ รพ.แต่ละแห่งให้แก่ผู้ป่วยที่มารับยา และขอความร่วมมือว่าทุกครั้งให้นำถุงผ้าดังกล่าวมาใส่ยาเสมอ หากไม่นำมาและไม่มีถุงบรรจุ ก็สามารถซื้อถุงผ้าจาก รพ.ได้ รวมทั้งมีจิตอาสาเป็นผู้ป่วยใน รพ.ธัญญารักษ์ เย็บถุงผ้าให้ และมีผู้บริจาคด้วย” นพ.สมศักดิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะขยะทั้งพลาสติกและขยะพิษ ขยะอิเล็กทรอนิกส์มีเพิ่มขึ้นจนส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวว่า สถานการณ์จริงๆ ยังอยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลข เนื่องจากเรื่องนี้มีหลายส่วน โดยกรมการแพทย์มอบให้ทาง รพ.นพรัตน์ราชธานีประสานไปยังสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรคว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เพราะจากประสบการณ์ที่ตนเคยลงพื้นที่สมัยเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงไป จ.บุรีรัมย์ จะพบหมู่บ้านหนึ่งมีปัญหาคลุกคลีกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะไปเก็บเอาตะกั่ว เอาทองแดงไปขาย ได้เดือนละ 20,000 บาท ซึ่งรายได้ดี แต่เสี่ยงมาก เนื่องจากพบผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะผิวหนัง โรคภูมิแพ้ผิวหนังอีก มีอาการแพ้ ซึ่งก็ต้องระมัดระวังด้วย

“จริงๆ พิษจากตะกั่วทำให้โลหิตจาง กระทบพัฒนาการทางสมอง สมาธิสั้น ส่วนผู้ใหญ่ก็เสี่ยงเป็นโลหิตจาง ส่วนโรคผิวหนังคือจากปรอท ดูดซึมร่างกายทำให้เสี่ยงตับ ไตวายได้ ดังนั้น โรคจากขยะอิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นเรื่องต้องระมัดระวัง เพราะไม่ใช่แค่ข่าวว่าต่างประเทศมาทิ้งขยะบ้านเรา แต่เราก็ทิ้งขยะกันเอง และยังเสี่ยงรับสารพิษจากขยะอีกเยอะ จึงต้องสร้างความตระหนักในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น” นพ.สมศักดิ์กล่าว

Advertisement