เมื่อวันที่ 7 เมษายน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด กทม.ว่า มีความเป็นห่วงในจุดที่ยังไม่มีไฟส่องสว่าง โดยเฉพาะบริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารชั่วคราว ประมาณ 200 หลังที่ยังไม่มีไฟส่องสว่าง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาวิธีดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมทั้งให้ประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กำหนดจุดตั้งศาลาที่พักผู้โดยสาร เพื่อกำหนดแนวทางดูแลความปลอดภัยไปพร้อมกัน
ด้านนายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า ล่าสุดสำนักการโยธา กทม.ได้ร่วมกับ 50 สำนักงานเขตจัดโครงการติดตั้งไฟส่องสว่างในพื้นที่เสี่ยงภัยจำนวน 20,000 ดวง โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ขณะนี้ติดตั้งแล้วจำนวน 23,441 ดวง คิดเป็นร้อยละ 117 เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนหลอดไฟบริเวณสะพานลอยให้เป็นหลอดแอลอีดี จำนวน 2,600 ดวง รวมขณะนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯมีหลอดไฟแอลอีดีประมาณ 5,000 ดวง และเพื่อให้การปรับปรุงซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างสะดวกรวดเร็ว สำนักการโยธา กทม.ได้ลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในการลดขั้นตอนประสานงานให้ กฟน.เข้าซ่อมแซมหลอดไฟให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ได้ให้ 50 สำนักงานเขตจัดส่งเจ้าหน้าที่เขตละ 5 คน เข้ารับการอบรมการซ่อมแซมไฟส่องสว่างกับ กฟน. เพื่อให้การซ่อมแซมหลอดไฟที่ชำรุดรวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะที่นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ยกเลิกสัญญากับบริษัทเอกชนที่มีข้อพิพาทกับ กทม.แล้ว พร้อมส่งหนังสือแจ้งไปยังบริษัทเอกชนและอยู่ระหว่างรอหนังสือตอบรับ ส่วนศาลาที่พักผู้โดยสารได้รับการซ่อมแซมไฟส่องสว่างทุกจุดเรียบร้อยแล้ว

