เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานกรณีการจับกุมอดีตพระพรหมเมธี หรือ (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงิน ที่ประเทศเยอรมนี และไม่ทราบว่ามีการขอลี้ภัยหรือไม่อย่างไร เรื่องนี้ต้องรอถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่ทราบว่าจะเดินทางกลับมาวันไหน แต่เชื่อว่าการติดตามจับกุมอดีตพระพรหมเมธีนั้นทุกหน่วยงานได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทุกมิติ
โฆษก ตร.กล่าวว่า ถ้ากล่าวถึงขั้นตอนทั่วไปในกรณีที่มีผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ต่างประเทศและขอลี้ภัย ประเทศต้นทางจะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริงหรือไม่ มีถิ่นที่อยู่หรือแหลงพำนักอยู่ที่ใด เมื่อทราบที่อยู่แล้วก็จะได้ดำเนินการในเรื่องของการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะต้องแปลสำนวนการสอบสวนเพื่อส่งให้อัยการต่างประเทศ ในกรณีนี้ก็ต้องดูว่าประเทศนั้นๆ มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ ต้องตรวจสอบอีกว่าในข้อหาที่อนุมัติจับกุมเป็นเรื่องที่เข้าองค์ประกอบการขอลี้ภัยหรือไม่ ในกรณีของพระพรหมเมธี ไม่ทราบว่าตำรวจสากลออกหมายน้ำเงิน หมายแดงหรือยัง และไม่ทราบว่าประเทศเยอรมันมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยหรือไม่
สำหรับอดีตพระพรหมเมธี จะเข้าหลักเกณฑ์ส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ และจะสามารถนำตัวกลับมาไทยได้หรือเลยหรือเปล่านั้นยังไม่สามารถตอบได้ เพราะมีรายละเอียดมาก ต้องถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอตรวจสอบก่อน ที่ตนกล่าวมานั้นพูดถึงหลักการทั่วไปเหมือนคดีอื่นๆ
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ข้อมูลของกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ไทยกับเยอรมันไม่มีการสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน มีเพียงสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษที่มีมาตั้งแต่ปี 2536 เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ช่วงที่ ผบ.ตร.เดินทางไปติดตามคุมตัวพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 3-7 มิถุนายน โดยมีรายงานว่า ตามกำหนดเดิม ผบ.ตร.จะเดินทางกลับจากเยอรมันในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ และคาดว่าจะถึงไทยในช่วงเช้าวันที่ 7 มิถุนายน

