สืบเนื่องกรณีกรุงเทพมหาครมีแนวคิดนำหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครกลับไปบริหารแต่ถูกกระแสต่อต้านจากสังคมกระทั่งยินยอมให้มูลนิธิหอศิลป์ดูแลต่อจนจบสัญญาใน พ.ศ. 2564 ต่อมาเครือข่ายศิลปินแถลงการณ์ยื่นข้อเสนอให้กทม. ต่อสัญญาออกไปอย่างไม่เงื่อนไข อีกทั้งแก้ระเบียบที่เป็นอุปสรรคค่อการบริหาร รวมถึงสรรหากรรมการมูลนิธิหอศิลป์ โดยขอให้ผู้ว่า กทม.เห็นชอบรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการมูลนิธิ หากกทม.ไม่ทำตามข้อเรียกร้องภายในวันที่ 3มิถุนายน จะเคลื่อนไหวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นางสาวกุลยา กาศสกุล ผู้ก่อตั้งแคมเปญรณรงค์คัดค้านกทม.เข้ามาบริหารจัดการหอศิลป์ ผ่านเวปไซต์ Change.org กล่าวว่า ทางเครือข่ายศิลปิน เตรียมจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลเพื่อหารายได้มอบแด่หอศิลป์กทม. เนื่องจากทางหอศิลป์ไมได้รับงบประมาณประจำปี 2561 และเกิดความกังวลใจว่าในปี 2562 จะได้รับงบประมาณหรือไม่ โดยจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการ ‘วิ่งถอยหลัง’ จากหอศิลป์กทม. ไปยังศาลาว่าการกทม. เพื่อสะท้อนแนวคิดที่ว่า นโยบายของผู้บริหารกทม.เป็นการถอยหลังลงคลอง เพราะการมองงานด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นเรื่องกำไรขาดทุนคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ต้องมองถึงประโยชน์ของ ‘พื้นที่สาธารณะ’ ที่มีต่อผู้คน นอกจากนี้จะมีการจัดเสวนาวิชาการและอาจเชิญพรรคการเมืองมาอภิปรายนโยบายที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมด้วย
“ในประเทศอื่นนโยบายสาธารณะคือผู้บริหารเมืองต้องนำงบประมาณไปสร้างพื้นที่สาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อคนในเมือง แต่ประเทศเรากลับมองว่าการให้เงินมาอุดหนุนงานศิปละ วัฒนธรรมเป็นเรื่องกำไรขาดทุน ซึ่งไม่ถูกต้อง เลยคิดว่านโยบายของผู้บริหารเหล่านี้ ถอยหลังลงคลอง ปีนี้เป็นปีที่หอศิลป์ กทม. ครบรอบ 10 ปีพอดี เครือข่ายศิลปินเลยคิดกันว่าจะทำอย่างไร ระหว่างที่หอศิลป์ไม่ได้งบประมาณอะไรเลย ซึ่งอาจมีการจัดกิจกรรมเรื่อยๆเพื่อรณรงค์ คือ เดินวิ่งการกุศลหารายได้เข้าหอศิลป์ โดยใช้วันเปิดหอศิลป์ 19 สิงหาคมในการจัดงาน ตั้งใจจะวิ่งจากหอศิลป์ไปยังศาลาคนเมืองโดยการวิ่งและเดินถอยหลัง เพราะนโยบายประเทศอื่น นโยบายสาธารธที่ผู้บีริหารเมืองต้องนำงบประมาณไปสร้างพื้นที่สาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อคนในเมือง แต่ประเทศเรากลับมองว่าการให้เงินมาอุดหนุนงานศิลปะวัฒนธรรมเป็นเรื่องกำไรขาดทุน ซึ่งไม่ถูกต้อง เลยคิดว่านโยบายของผู้บริหารเหล่านี้ ถอยหลังลงคลอง จึงจะดำเนินการในเชิงสัญลักษณ์ และอาจมีเสวนาที่เชิญคนที่รู้เรื่องการทำพื้นที่สาธารณะทั้งในและต่างประเทศมาพูด อาจมีกิจกรรมทุกเสาร์ อาทิตย์ และอาจเชิญพรรคการเมืองมาอภิปรายประเด็นว่าคุณจะสนับสนุนศิลปะหรือเปล่า” นางสาวกุลยากล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา เครือข่ายศิลปินมีการจัดงาน ‘ปลอบขวัญหอศิลป์’ โดยมีการอ่านบทกวีของศิลปิน 4 กลุ่มได้แก่ กลุ่มจอมสลัดเภตรา กลุ่มเอเชียโทเปีย กลุ่มเบลอบลาดอร์ และกลุ่มบลู อะเกต รวม 40 คน นอกจากนี้ยังมีการอ่านแถลงการณ์และมอบแถลงการณ์ดังกล่าวให้ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ผอ.หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

