เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกทม.และผู้เกี่ยวข้อง จัดประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกทม.ครั้งที่ 6/2561 ซึ่งย้ายที่ประชุมจากศาลาว่าการกทม. 1 (เสาชิงช้า) ไปประเดิมห้องใหม่ที่ชั้น 2 อาคารสภากทม.หรือ “อาคารไอราวัดพัฒนา” ศาลาว่าการกทม. 2 (ดินแดง) ถือเป็นการเปิดใช้ห้องประชุมครั้งแรก ภายหลังกทม.เริ่มก่อสร้างอาคารมาตั้งแต่ปี 2547 ก่อนหยุดดำเนินการก่อสร้าง กระทั่งปี 2559 กทม.ได้ใช้งบประมาณ 243 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงหอประชุมสภากทม.และอาคารประกอบซ้ายขวา หรือ “อาคารเหนือและอาคารใต้” โดยขณะนี้ หอประชุมสภากทม.เสร็จแล้ว 100% ไม่รวมอาคารประกอบซ้ายขวาซึ่งอยู่ระหว่างตกแต่งภายในอาคาร

พล.ต.อ.อัศวิน ให้สัมภาษณ์ว่า เดิมกำหนดประชุมที่อาคารสูง 37 ชั้น หรือ อาคารธานีนพรัตน์ แต่ไม่สะดวก จึงขออนุญาตสภากทม.เพื่อประเดิมใช้ห้องประชุมสภากทม.ภายในอาคารไอราวัดพัฒนาในการจัดประชุมหัวหน้าหน่วยงานกทม. สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารสภากทม. 2 นั้น ขณะนี้กทม.อยู่ระหว่างดำเนินการตามสัญญาว่าจ้างตกแต่งภายใน โดยได้เร่งรัดผู้รับจ้างดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม จากนั้นสภากทม.ก็จะย้ายมาประจำการที่อาคารไอราวัดพัฒนา ส่วนการกำหนดแผนย้ายบุคลากรและหน่วยงานกทม.นั้น เดิมกทม.ได้ย้ายหน่วยงานมาจำการยังอาคารธานีนพรัตน์แล้ว ตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 ราว 3,000 คน ซึ่งสามารถรองรับได้ 5,000 คน ทั้งนี้ การก่อสร้างศาลาว่าการกทม. 2 ได้มีการตั้งงบประมาณต่อเนื่องระหว่างปี 2559-2562 เพื่อก่อสร้างอาคารทาวเวอร์ 2 และ 3 ด้านซ้ายและขวา สูง 30 ชั้นเพิ่มเติม แต่ได้สั่งให้ยุติการก่อสร้างไป เพราะเห็นว่าใช้งบประมาณมากและกทม.เองมีอาคารใช้งานเพียงพอแล้ว ทั้งอาคารธานีนพรัตน์ อาคารไอราวัดพัฒนา รวมถึงอาคารสำนักการระบายน้ำและสำนักการโยธา ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง จึงไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ แต่จะของบฯ ?ปรับปรุงโครงสร้างอาคารเดิมที่เชื่อมกับอาคารธานีนพรัตน์ในปี 2562
“หากผู้ว่าฯกทม.คนใหม่เห็นควรให้ก่อสร้างเพิ่มเติมก็ว่ากันไป แต่สำหรับผู้ว่าฯอัศวิน จะไม่มีการสร้างอาคารสูงเพิ่มอีก ส่วนผมเองก็สลับไปมานั่งประจำระหว่างศาลาว่าการกทม. 1 และ 2 ตั้งแต่วันเปิดใช้อาคารวันแรกแล้ว แต่แผนที่จะย้ายหน่วยงานมาประจำยังอาคารกทม. 2 ทั้งหมดนั้น คาดว่าอาคารจะไม่เพียงพอต่อการรองรับบุคลาการกทม.ได้ ปัจจุบันจึงให้หน่วยงานกระจายทำการทั้ง 2 อาคาร ซึ่งเดิมมีปรับปรุงให้อาคารศาลาว่าการกทม.1 เป็นพิพิธภัณฑ์นั้น ขณะนี้ยังไม่มี เพราะอาคารไม่สามารถรองรับหน่วยงานได้ทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบเชื้อโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจเพราะอาคารไม่ได้ใช้มานานนั้น สำนักอนามัยได้ทำการตรวจแล้ว ยืนยันว่าปลอดภัยและไม่พบเชื้อโรคแล้ว” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

