เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสจข่าวว่ายาต้านไวรัสเอชไอวีในระบบประกันสังคมไม่เพียงพอ ทำให้ต้องใช้ยาจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มาทำการรักษาว่า ปัจจุบัน สปส.ได้ดำเนินการบริหารจัดการยาต้านไวรัสเอชไอวี โดยใช้หลักการบริหารจัดการรูปแบบเดียวกับ สปสช. ซึ่งให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) บริหารจัดการจัดส่งยาให้แก่สถานพยาบาลเพื่อให้การรักษาผู้ประกันตนที่ติดเชื้อเอชไอวี
“ปัจจุบันมียาทั้งสิ้น 25 รายการ ประกอบกับขณะนี้ สปส.ได้ดำเนินการสั่งซื้อยา เพื่อเติมเต็มสต๊อกยาที่ขาดในบางรายการแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจรับและเร่งจัดส่งยาให้สถานพยาบาล สำหรับกรณีที่สถานพยาบาลได้นำยาของสปสช.มาให้แก่ผู้ประกันตนก่อนนั้น เป็นการบริหารจัดการของสถานพยาบาลเพื่อประโยชน์สำหรับผู้ป่วย ทั้งนี้ สปส.ได้มีการจัดประชุมหารือร่วมกับ อภ.เพื่อปรับจุดสั่งซื้อยา รวมทั้งจัดให้มีปริมาณเติมเต็มในสต๊อกยาของ สปส.มากขึ้น อีกทั้งคัดเลือกยาที่เป็นสูตรพื้นฐาน มีปริมาณการใช้สม่ำเสมอ และผู้ประกันตนมีความจำเป็นต้องใช้มาก เพื่อจัดทำแผนจัดซื้อรายปี โดยให้ อภ.เตรียมพร้อมจัดหายาตามปริมาณที่ สปส.สั่งซื้อต่อไป” เลขาธิการ สปส.กล่าวและว่า สปส.มุ่งมั่นในระบบจัดการบริหารงานด้านการแพทย์ให้ผู้ประกันตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมและจัดหายาเวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนมาตรฐานที่กำหนด อย่างเพียงพอต่อความต้องการจนสิ้นสุดการรักษาโดยไม่จำกัดจำนวนเงินค่าใช้จ่าย และจำนวนครั้งที่เข้ารับการรักษา โดยสถานพยาบาลจะไม่เก็บค่าบริการทางการแพทย์จากผู้ประกันตน

