เครือข่ายสตรีเรียกร้องผบ.ตร.เปิดโอกาสผู้หญิงเป็น’ผู้กำกับสถานีฯ’ข้ออ้างแตกต่างเพศผิดกม. ผู้เสียประโยชน์ร้องเรียนได้

8.04.16 | 14:59 น.

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ห้องประชุมบุญชู โรจนเสถียร อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเพื่อนหญิง แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ และโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีเสวนา “ประเทศไทยพร้อมให้ผู้หญิงเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจหรือไม่?”


นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม กล่าวว่า ประเทศไทยต้องพร้อมมีผู้กำกับหญิง เพราะที่ผ่านมาได้ไปลงนามรับรองในอนุสัญญาว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบขององค์การสหประชาชาติ ตั้งแต่ปี 2528 และอีกหลายๆ รัฐภาคีที่เราไปลงนามไว้ ทั้งนี้ ต้องบอกว่าพนักงานสอบสวนหญิงมีความสามารถ ยิ่งรุ่นแรกๆ พวกเธอจบปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ บางคนจบปริญญาโท สอบเนติบัณฑิตมาแล้ว ขณะที่งานผู้กำกับเป็นงานบริหาร สามารถสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติได้ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องลงไปปฏิบัติเอง และไม่ต้องไปจับโจรอย่างที่ใครเป็นห่วง อย่างไรก็ดี ได้หารือกับนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในคณะอนุกรรมการในวันที่ 20 เมษายนนี้ ก่อนส่งเรื่องให้ กสม.หยิบยกมาพิจารณาอีกที อย่างไรก็ตาม เรียกร้องให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะที่เป็นอดีต ผบ.ตร. และ รมว.พม.ให้ไปคุยกับลูกน้องเก่าสักนิด และนายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) พม.ให้ออกมาแสดงบทบาทบ้าง

นางอัจฉราฉวี หาสุณหะ ผอ.กลุ่มมาตรการและกลไก กองส่งเสริมความเสมอภาค สค.พม. กล่าวว่า สค.มีหน้าที่ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศตาม พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ซึ่งระบุครอบคลุมถึงหน่วยงานรัฐไม่ให้เลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศ ฉะนั้นเรื่องการแต่งตั้งผู้กำกับสถานีไม่ควรมีข้ออ้างเรื่องความแตกต่าง เพราะสรีระหรือเพศมาเป็นเหตุผล จะเท่ากับผิดกฎหมาย โดยผู้เสียประโยชน์สามารถร้องเรียนได้ที่ สค.

นางนัยนา สุภาพึ่ง ผู้อำนวยการมูลนิธิ ธีรนาถ กาญจนอักษร กล่าวว่า เหตุผลของผบ.ตร.ที่อธิบายว่าทำไมตำรวจหญิงไม่สามารถเป็นผู้กำกับได้ ถือเป็นการแสดงการเลือกปฏิบัติชัดเจน ขัดหลักการความเสมอภาคระหว่างเพศ ยิ่งหากผลการพิจารณาปรากฏว่านายตำรวจหญิงทั้ง 3 ที่ได้รับการเสนอชื่อกลับไม่ได้รับพิจารณา ทั้งที่คุณสมบัติ ความสามารถเท่ากับตำรวจชายที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่เพราะแตกต่างเรื่องเพศ ถึงตรงนั้นก็เป็นหน้าที่ของศาลปกครองที่จะมาชี้ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาท่านก็เข้าใจประเด็นเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศดี

Advertisement

ภายหลังการเสวนา นางสาวสุเพ็ญศรีได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดโอกาสให้ตำรวจหญิงที่มีคุณสมบัติได้รับการพิจารณาเข้าดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจ ซึ่งเครือข่ายจะนำไปยื่นกับ ผบ.ตร.เร็วๆ นี้ ขณะที่จดหมายมี 3 ข้อเรียกร้อง ดังนี้ 1.เปิดโอกาสให้ตำรวจหญิงที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ได้รับการพิจารณาเข้าดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจ ทั้งนี้ โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะในเขตนครบาล แต่ควรขยายไปสู่สถานีตำรวจภูธรด้วย 2.กำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อประกันความเท่าเทียมด้านโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ รวมถึงการเลื่อนยศและดำรงตำแหน่งราชการในระดับต่างๆ สำหรับข้าราชการตำรวจหญิง เพื่อความเป็นธรรม และเป็นไปตามหลักสากลด้วยความเสมอภาคระหว่างเพศ และ 3.เพื่อตอบสนองต่อคดีความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงทางเพศ และการค้ามนุษย์ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรพิจารณาจัดตั้งหน่วยงานด้านการสอบสวนและอำนวยความยุติธรรมในคดีเหล่านี้เป็นการเฉพาะ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหญิงชายที่สมัครใจทำคดีประเภทดังกล่าวได้มีโอกาสพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และประชาชนที่เกี่ยวข้องได้รับการคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น