เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่สน.ทองหล่อ พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.อัครรัช ถนอมชาติ สว.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.เดโช ประสานศรี สว.สส.สน.ทองหล่อ ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จับกุมตัวนายณัฐพัฒน์ หรือสอง ขันจันทร์ อายุ 19 ปี พร้อมพวกเยาวชนชาย อายุระหว่าง 17-18 ปี จำนวน 2 คน ผู้ต้องหา”แก๊งขวานซิ่ง” โดยสามารถจับกุมได้ที่ สุขุมวิทซอย 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ตลอดจนบริเวณชุมชนเย็นอากาศ 2 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน เวลาประมาณ 00.20 น.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ทองหล่อได้รับแจ้งจากวิทยุสวนลุม เหตุปล้นทรัพย์ และทำร้ายร่างกาย บนสะพานลอยข้ามถนนรัชดาฯ หน้าร้านใบไม้ร่าเริง แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพฯ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบนายบรรลือฤทธิ์ บุญทะระ อายุ31ปี ผู้เสียหายอยู่ในอาการตื่นตกใจ จากการสอบถามผู้เสียหายเล่าว่าเวลาประมาณ 23.50 น.ได้มีชายวัยรุ่น 2 คน เดินตามผู้เสียหายขึ้นไปบนสะพานลอย หน้าร้านดังกล่าว แล้วเข้ามาล็อคคอ พร้อมชกต่อยผู้เสียหายส่วนอีกคนใช้ขวานฟันผู้เสียหาย แต่กลับโดนแขนพวกเดียวกันเองได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายเอาโทรศัพท์และกระเป๋าเงินไป ก่อนวิ่งลงสะพานลอยแล้วหลบหนีไปโดยมีเพื่อนๆของคนร้ายรออยู่ข้างล่างอีก4 คน หลบหนีมุ่งหน้า แยกรัชดา พระราม4
จากนั้นทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งได้รับการประสานจาก สน.ยานนาวา ว่าสามารถจับกุมสมาชิกแก๊งดังกล่าวได้ 2 ราย ต่อมาทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน ได้รับเบาะแสกลุ่มคนร้ายว่าหลบหนีไปกบดานตามสถานที่ต่างๆ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ โดยมีบางรายยังเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเท่านั้น ซึ่งรับว่าทุกครั้งมักใช้อาวุธขวานในการก่อเหตุ
อย่างไรก็ตามทางตำรวจต้องทำการสืบสวน ขยายผลอีกครั้ง เชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้ก่อเหตุมาแล้วโชกโชน เนื่องจากก่อเหตุด้วยความอุกอาจ ด้วยอายุเพียงเท่านี้ หากมีเหยื่อรายใดถูกคนร้ายกลุ่มนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวสามารถติดต่อตำรวจ สน.ทองหล่อได้ทันที ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหา”ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร”ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


