ดส.รวบอดีตพนักงานลูกจ้างกระทรวงดัง ตุ๋นแชร์ลูกโซ่ เหยื่อสูญเงินกว่า 50 ล้าน

11.06.18 | 19:56 น.

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.กฤช กัญชนะ พ.ต.ท.วิทวัส บูรณะ พ.ต.ท.ชยเดช ไคยฤทธิ์ รอง ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล สว.กก.ดส.บช.น. ร่วมกันจับกุมนายศิริพงษ์ คำประดิษฐ์ หรือ เต๋อ อายุ 40 ปี ที่อยู่ 27/31 ถนนคลองวัดโส ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี อดีตพนักงานราชการ สังกัดกระทรวงแห่งหนึ่ง ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.29/2561 ลงวันที่ 16 มกราคม 2561 ในข้อหา “ฉ้อโกง” และหมายจับศาลอาญา ที่ 150/2561 ลงวันที่ 26 มกราคม 2561 ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน”

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.ดส.บช.น. ได้รับแจ้งว่านายศิริพงษ์ ก่อนหน้านี้ได้ทำงานเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป สังกัดกระทรวงแห่งหนึ่ง และอาศัยการทำงานเป็นพนักงานราชการหลอกลวงประชาชนและข้าราชการในสังกัด เล่นแชร์ทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ชื่อกลุ่ม “บ้านศิริ” มีสมาชิกกว่า 140 คน โดยเสนอผลเงินปันผลตอบแทนจำนวนสูง และจูงใจด้วยการแจกเงิน แจกทอง ให้กับสมาชิกภายในกลุ่มดังกล่าว

นอกจากนี้นายศิริพงษ์ ยังได้เปิดกลุ่มไลน์แชร์อีกหลายสิบกลุ่ม อาทิ บิ๊กบิด โอ่งมังกร เทกระจาด ฯลฯ ตั้งแต่ปี 2559-2560 จนมีคนหลงเชื่อร่วมลงทุนเป็นจำนวนมากตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านบาท จากนั้นนายศิริพงษ์ ก็ได้ปิดกลุ่มหนีไป ทำให้มีผู้เสียหายเกือบ 200 คน และมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท ก่อนที่ผู้เสียหายจะรวมตัวกันไปแจ้งความจนศาลอนุมัติออกหมายจับ ต่อมาได้มีหนังสือจากต้นสังกัดให้นายศิริพงษ์ ออกจากราชการ เนื่องจากขาดราชการหลายวัน ก่อนที่นายศิริพงษ์ จะหลบหนีไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายศิริพงษ์ ได้หนีหมายจับของศาลมาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรการเคหะนนทบุรี อาคาร 6 ชั้น 4 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงได้นำกำลังไปเฝ้าติดตามนานกว่า 3 วัน จึงพบผู้ต้องหาขณะกำลังเดินออกจากที่พัก จึงได้แสดงหมายจับเข้าจับกุม ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน

นายศิริพงษ์ ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่า ยอมรับว่าได้เป็นเท้าแชร์ทางแอพพลิเคชั่นไลน์จริง แต่เปิดเพียงประมาณ 20 กลุ่มเท่านั้น และได้เงินไปเพียง 20 ล้านบาท แต่ตนเองได้โดนโกงไปอีกทอดหนึ่ง จึงไม่มีนำมาคืนให้กับผู้เสียหายได้

Advertisement

ด้านน.ส.พิไลพรรณ ดิษาจำนงค์ อายุ 32 ปี อาชีพ ประกอบธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองกับแฟนหนุ่มโดนโกงเงินไปประมาณ 8 แสนบาท โดยรู้จักผ่านเพื่อนมาอีกทอดหนึ่ง ซึ่งตนเห็นว่าทำงานราชการ จึงเกิดความไว้ใจ แต่ไม่คิดว่าจะมาหลอกลวงกันได้ ซึ่งเงินที่โดนโกงไปต้องมาใช้ทำธุรกิจทำมาหากิน จนตอนนี้แทบจะหมดตัวแล้ว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน และ สน.โชคชัย ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้เสียหาย ที่ถูกคนร้ายรายนี้ฉ้อโกงไป ให้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ เพื่อแจ้งความอายัดตัวดำเนินคดีต่อไป

ผู้ข่าวรายงานว่า ภายหลังจับกุมผู้ต้องหา ได้มีตัวแทนผู้เสียหายกว่าสิบคนเดินทางมาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.บช.น. ที่สามารถเฝ้าติดตามแกะรอยจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีได้จนสำเร็จ