รัฐบาลหนุน รพ.สต.เตรียมให้งบเพิ่มกลางปี 61

13.06.18 | 17:05 น.

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน  ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ว่า กระทรวงมีภารกิจเยอะตนจึงได้มาให้กำลังใจ และคุยเร่งรัดการพัฒนาระบบสาธารณสุข 4 เรื่อง 1. เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณปี 2561 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยังเบิกไม่ครบแต่มีการกันงบไว้แล้วก็ต้องเร่งดำเนินการให้เร็ว 2. การเติมงบสำหรับพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ที่กว่า 9.8 พันแห่งเพราะใกล้ชิดกับประชาชน  3.ขับเคลื่อนธรรมนูญพระสงฆ์ ให้โรงพยาบาลอำเภอ 1 แห่งดูแลสุขภาพพระสงฆ์ 1 วัด หากได้ผลดีก็ขยายต่อรพ.สต.ดูแลทั่วประเทศ และ 4. การจัดทำศูนย์พยาบาลทางทะเล โดยจัดทำเรือพยาบาลดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยว นำร่อง 1 แห่งที่จ.พังงา และจะขยายอีก 4 จังหวัดคือกระบี่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และชลบุรี

ด้านนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  กล่าวว่า การเพิ่มงบให้รพ.สต.เป็นการใช้งบกลางปี 2561 ระยะสั้นเพื่อส่งเสริมการเรื่องการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งงบฯ ยังไม่กำหนด และยังไม่มีเพดาน แต่จะจัดสรรให้โดยดูจากผลการดำเนินงาน ขนาดการดูแลประชากรในพื้นที่ซึ่งมีตั้งระดับเล็กดูแลประชาชนไม่เกิน 3,000 คน ระดับกลางดูแล 3,000-8,000 คน  และระดับใหญ่ดูแลประชาชนมากกว่า 8 พันคนขึ้นไป รวมถึงลักษณะความยากลำบากของพื้นที่ด้วย ทั้งนี้มอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงไปดูข้อมูลว่าแต่ละแห่งเป็นเช่นไร เพื่อดำเนินการจัดส่งให้เร็วทีสุดไม่เกินเดือนนี้ และอยากเห็นผลงานภายในก.ย.นี้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบให้กระทรวงพลังงานเข้าไปดูเรื่องการติดตั้งโซล่าเซลล์ในรพ.สต. 190 แห่ง และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดูแลติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตใน 300 แห่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการตั้งงบฯ แก่ รพ.สต.เพื่อต้องการดึงไม่ให้มีการถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)หรือไม่ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการโอนย้าย เพราะการพัฒนาศักยภาพรพ.สต.ทำมาตลอด ที่ผ่านมาก็ทำเรื่องรพ.สต.ติดดาว ซึ่งตั้งแต่ 3-5 ดาว ปี 2560 มีรพ.สต.ได้ติดดาว 5 ดวงไปแล้ว 17 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องการถ่ายโอนเป็นนโยบายที่ทำมาตั้งแต่ปี 2545 ข้อมูลที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ศึกษาข้อดีข้อเสียของการโอนย้ายก็พบว่ายังเป็นครึ่งๆ มีที่ไปแล้วดี กับไปแล้วไม่เป็นอย่างที่ต้องการ จึงย้ำว่าการโอนรพ.สต.ยังใช้หลักการเดิมคือพร้อมทั้งคนไป และคนรับ ประชาชนในพื้นที่เห็นด้วย ซึ่งจะมีการตั้งกรรมการชุดใหม่ไปวิเคราะห์เรื่องนี้ และย้ำว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำให้เสร็จภายในปีนี้หรือปีหน้า อยู่ที่ความพร้อม เนื่องจากพอไปแล้วจะกลับมาไม่ได้