กรมอนามัยสร้างระบบติดตามการขนส่งขยะ ป้องกันการทิ้งระหว่างทาง

13.06.18 | 18:44 น.

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า มูลฝอยติดเชื้อ เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องจัดการควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ อาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของโรงพยาบาล เนื่องจากปริมาณมูลฝอยติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3-6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปี 2559 มีจำนวนทั้งสิ้น 55,646 ตันต่อปี และจากการตรวจสอบพบมูลฝอยติดเชื้อถูกทิ้งปะปนกับขยะมูลฝอยทั่วไป หรือหายไปจากระบบ ร้อยละ 28 หรือ 15,646 ตันต่อปี แสดงให้เห็นถึงกระบวนการควบคุมกำกับการขนส่งมูลฝอยติดเชื้อไม่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเพียงพอ

นพ.ดนัยกล่าวอีกว่า กระบวนการควบคุมกำกับขนส่งมูลฝอยติดเชื้อแบบเดิม จะต้องมีการชั่งน้ำหนัก ระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น แหล่งที่เก็บ ขน กำจัดมูลฝอยติดเชื้อ เป็นต้น รวมถึงบันทึกในแบบฟอร์มกระดาษทำสำเนา 6 สำเนา สำหรับผู้ก่อกำเนิดขยะ ผู้เก็บ ขน ผู้กำจัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลกำกับ เพื่อใช้ในการควบคุม กำกับ ติดตาม และตรวจสอบ ซึ่งมีขั้นตอนค่อนข้างซับซ้อน ทำให้การจัดการควบคุมกำกับไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เนื่องจากมีการรายงานไม่สม่ำเสมอ ไม่ครบถ้วน ควบคุมกำกับและติดตามยาก ไม่ทันเวลา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่สามารถสรุปสถานการณ์ทั้งด้านปริมาณ และรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อของโรงพยาบาล ดังนั้น กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จึงได้จัดทำระบบโปรแกรม Manifest Online เพื่อควบคุมกำกับการขนส่งและกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้ออย่างเป็นระบบ

นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาการขนส่งขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลไปกำจัดยังแหล่งกำจัดนั้นไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าขยะติดเชื้อจะไปถึงแหล่งกำจัดจริง เพราะการบันทึกข้อมูลเป็นแบบการจดด้วยกระดาษ ทำให้การติดตามเป็นไปได้ยากว่ามีการนำขยะไปทิ้งจริงหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาเชื่อว่ามีการลักลอบทิ้งขยะติดเชื้อกลางทาง แต่ไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าไร ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี จึงคิดโปรแกรมการขนส่งมูลฝอยติดเชื้อของประเทศไทย “Manifest Online” ขึ้น ซึ่งทันทีที่ขยะมูลฝอยติดเชื้อถูกขนส่งออกจากโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็จะได้รับการบันทึกข้อมูลลงในโปรแกรมทันที เช่น ปริมาณขยะเท่าไร บริษัทใดเป็นผู้ขนส่ง และบริษัทกำจัดขยะปลายทาง เมื่อได้รับขยะแล้วก็จะบันทึกข้อมูลลงในโปรแกรมว่าได้รับขยะแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งระบบจะมีความเป็นเรียลไทม์
“ขณะนี้โรงพยาบาลสังกัด สธ.เกือบทุกแห่งใช้ระบบนี้แล้ว โดยแต่ละปีจะมีขยะมูลฝอยติดเชื้อประมาณ 30,000 ตันต่อปี แต่มีการบันทึกลงในโปรแกรมประมาณ 20,000 ตัน เรียกว่าขยะติดเชื้ออยู่ในระบบแล้วถึง 2 ใน 3 ซึ่งปัญหาเกิดจากโรงพยาบาลไม่ได้บันทึกประจำทุกวัน ตรงนี้ก็ต้องให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งเข้มในการบันทึกข้อมูลมากขึ้น ส่วนบริษัทกำจัดขยะที่ใช้ระบบดังกล่าว หากเป็นบริษัทเอกชนมีไม่เกิน 10 แห่ง ส่วนของเทศบาลต่างๆ นั้นก็ประมาณ 5-6 แห่ง โดยรวมแล้วมีประมาณกว่า 10 แห่ง สำหรับการดำเนินการในปี 2562 จะมีการพัฒนาให้การบันทึกข้อมูลดีขึ้น” นพ.ชลทิศกล่าว