รวบ2ผู้ต้องหาคดีแชร์ลูกโซ่ มูลค่าความเสียหาย 120 ล้านบาท

14.06.18 | 16:27 น.

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่กองบังคับการปรามปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ รอง ผบก.ปอศ. แถลงว่า พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผกก.5 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.ธนัยวุฒิ กมลวานนท์ สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมกำลัง กก.5 บก.ปอศ.จับกุม นายทศพล บุญมานุช อายุ 27 ปี และ น.ส.ปิยพร แส่สันเทียะ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา ร่วมกันฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยจับได้ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่าสืบเนื่องจาก กลุ่มผู้เสียหาย 50 คน ส่วนใหญ่ประกอบกิจการร้านขายโทรศัพท์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ น.ส.ปิยพร กับพวกโดยผู้เสียหายรู้จักกับ น.ส.ปิยพร เนื่องจากอยู่ในแวดวงธุรกิจขายโทรศัพท์มือถือด้วยกัน ต่อมาเมื่อช่วงต้นปี 2560 ผู้ต้องหาชักชวนให้ผู้เสียหายนำเงินมาเล่นแชร์ออนไลน์รายสัปดาห์ อ้างว่าจะให้ดอกเบี้ยตอบแทนในอัตราสูง เนื่องจากผู้ต้องหา อ้างว่าที่เปิดวงแชร์ขึ้นมานั้นก็เพื่อต้องการระดมเงินไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน เมื่อได้เงินปันผลจากธุรกิจดังกล่าวก็จะนำมาจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยให้กับลูกแชร์คืนให้ ทั้งนี้ผู้เสียหายเห็นว่ารู้จักมักคุ้นกันมานาน จึงเกิดความไว้ใจนำเงินมาลงทุนเล่นแชร์ดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากจำนวนเงิน 5 หมื่นบาท ซึ่งช่วงแรกเห็นว่าได้เงินค่าดอกเบี้ยจริง จึงนำเงินมาลงทุนเพิ่มเป็น 6 ล้านกว่าบาท พร้อมกับชักชวนญาติพี่น้องและคนรู้จักให้มาเล่นแชร์ด้วย

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เมื่อเริ่มมีจำนวนผู้นำเงินมาเล่นแชร์มากขึ้นก็มีการเปิดวงแชร์ขึ้นอีกหลายกลุ่ม กระทั่งต่อมาแชร์ของ น.ส.ปิยพร เริ่มมีท่าทีผัดผ่อนที่จะจ่ายเงินค่าดอกเบี้ยให้กับลูกแชร์คนอื่นๆ ก่อนจะเริ่มขาดหายการติดต่อ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 120 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงรวมตัวมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.ปิยพร พร้อมบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่าเปิดวงแชร์ให้ลูกค้าเล่นจริงและถูกเจ้ามือที่ร่วมเปิดวงแชร์ด้วยกันยักยอกเงินไปจนทำให้วงแชร์ล่มไม่มีเงินมาจ่ายลูกวงแชร์รายอื่น จึงทำให้ถูกกลุ่มผู้เสียหายรวมตัวกันแจ้งความดำเนินคดีและถูกจับกุม ซึ่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบจะดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีนอกจากนี้การกระทำความผิดข้างต้น ยังเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ซึ่ง บก.ปอศ. จะประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ต่อไป