ตร.แฉแก๊งคอลเซนเตอร์ ยังเหิมปราบไม่หมด ล่าถึงฟิลิปปินส์ จ่อหมายจับเอเยนต์ลวงคนไทยตั้งฐานตุ๋นต่างแดน

15.06.18 | 13:28 น.

เมื่อเวลา11.20 น. วันที่ 15 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงคืนเงินให้กับผู้เสียหายที่อายัดได้จากเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์  โดยส่งมอบเงินคืนให้กับผู้เสียหาย 4 ราย รวมเป็นเงินกว่า 2.5 ล้านบาท

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้พบการกระทำผิดของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการปรับเปลี่ยนฐานการกระทำผิดไปยังประเทศต่าง ๆ จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อปฏิบัติการเชิงรุก ปราบปรามการกระทำผิดของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ดำเนินการทุกมิติทั้งการปราบปรามและการเยียวยาคืนเงินให้กับผู้เสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ถึงปัจจุบัน ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้รับแจ้งเหตุ 450 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 245 ล้านบาท โดยสามารถอายัดเงินคืนผู้เสียหายได้แล้ว 114 ราย รวมเป็นเงินกว่า 22 ล้านบาท

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวถึงปฏิบัติการบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยร่วมกับตำรวจฟิลิปปินส์ ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลังการสืบสวนเชิงลึกทราบว่ากลุ่มคนร้าย ประกอบด้วยคนไทย16 คน และไต้หวัน3 คน รวม19 คน ใช้ประเทศฟิลิปปินส์ตั้งเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงคนไทย โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือน หลอกคนไทยสูญเงินไปกว่า 27 ล้านบาท โดยแก๊งนี้ปฏิบัติการมาหลายประเทศ มีความชำนาญการในการหลอกลวงเหยื่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับคนไทยอีก1 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรวบรวมคนไทยไปตั้งฐานปฏิบัติการที่ต่างประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด