‘วิระชัย’ บุกลำลูกกา ค้น บ.จงซึ่ง พบขยะอิเล็กทรอนิกส์กองเกลื่อน 20 ไร่ ถึง 700 ตัน ผิด พ.ร.บ.วัตถุอันตราย

15.06.18 | 16:21 น.

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) นายสุรพล ชามาตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นอรดาแฟคเตอรรี่แลนด์ที่นำหมายศาลจังหวัดธัญบุรีตรวจค้นบริษัท จงซึ่ง จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ทุนปัจจุบัน 4 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 38/60 ม.4 ถ.ลำลูกกา ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ แจ้งประกอบธุรกิจนำเข้าส่งออก จำหน่ายปลีก-ส่ง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้สำนักงาน ซึ่งปรากฏชื่อ น.ส.ธันยารัตน์ ทินาทิน และ น.ส.ญาณวดี ทินาทิน เป็นกรรมการ มีคนไทยถือหุ้น 2 ราย และคนจีนถือหุ้น 1 ราย

ภายในบริษัทเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กองอยู่กับพื้นและอยู่ในถุงบิ๊กแบ๊กอีกจำนวนมากโดยมีคนงานชาวต่างด้าวจำนวน 10 คนกำลังแยกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้ควบคุมตัวเพื่อตรวจสอบเอกสารการทำงาน ห่างจากอาคารของ บริษัท จงซึ่ง จำกัด ไปประมาณ 100 เมตร พบโกดังขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ พบถุงบิ๊กแบ๊ก บรรจุชิ้นส่วนขยะพลาสติกประเภทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนเกือบ 700 ตัน วางอยู่ในลานโล่งบนที่ 20 ไร่ ซึ่งเป็นโกดังของ บริษัท จงซึ่ง จำกัด

พล.ต.ท.วีระชัยกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานแห่งนี้ โรงงานแห่งนี้ได้ครอบครองขยะวัตถุอันตรายและคัดแยกวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งโรงงานแห่งนี้ได้รับอนุญาตแต่คัดแยกขยะที่ไม่ใช่ขยะอันตรายซึ่งเป็นขยะทั่วไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจพบก็พบว่ามีการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ ซึ่งโรงานแห่งนี้มีความผิดมีไว้ในความครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 คือขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีความผิดตามาตรา 22 วรรค 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ต้องระวังโทษไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และข้อหาที่ 2 ตั้งและประกอบโรงงานจำพวกที่ 3 คือ ขยะวัตถุอันตรายหรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับซึ่งเป็นข้อกล่าวหาเบื้องต้นในการตรวจพบของโรงงานนี้ นอกจากนี้ ยังมีโกดังเก็บสินค้าของโรงงานนี้ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบอีกครั้งว่ามีความผิดอะไรบ้าง ซึ่งในการนำขยะเข้ามาจากต่างประเทศนั้นมีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายแต่นำมาส่งให้โรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการคัดแยก หมายความว่าบริษัทไหนที่ได้รับการอนุญาตให้มีการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาก็จะต้องทำการคัดแยกเองโดยไม่มีการส่งต่อให้กับโรงงานหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นผู้คัดแยกและนอกจากนี้ยังมีบริษัทที่มีการลักลอบ นำสินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทยและมีการสำแดงเท็จ ต่อทางศุลกากรซึ่งการระบบการคัดแยกนั้นไม่มีการป้องกันมลภาวะซึ่งเป็นการคัดแยกขยะที่ไม่ถูกต้องตามหลักของวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมก็จะเกิดให้เกิดภาวะมลพิษทางอากาศแก่ชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

ส่วนโกดังเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบการกระทำผิด แล้วโกดังแห่งนี้เป็นที่เดียวกับบริษัท จงซึ่ง จำกัดและมีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศจำนวนมากจึง 700 ตัน และมีการคัดแยกขยะไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการใดๆ ทั้งสิ้นซึ่งตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและจะมีความผิด 1.นำเข้าหรือครอบครองวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 23 วรรค 1โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ตั้งและประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 12 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ด้านผู้ประกอบการบอกว่าไม่ได้นำเข้ามาเอง แต่มีบริษัทอื่นนำเข้ามาและส่งมาให้บริษัทแห่งนี้เป็นผู้คัดแยกซึ่งจะได้ติดตามผู้กระทำผิดต่อไปแต่ที่แน่ๆ ว่าเป็นการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยสำแดงเท็จทั้งหมดและเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นการลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยใช้กลโกง

Advertisement