วาฟ ชี้ ‘ปาบึก’ คลี่คลายแล้ว แต่ระวัง ‘น้ำหลาก-คลื่นสูง’ ถล่มใต้อีก 1-2 วัน

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) รายงานสภาพอากาศประจำวันโดยระบุว่า พายุ “ปาบึก” ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันและอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว โดยจะเคลื่อนตัวห่างออกไปยังเกาะนิโคบาร์และสลายตัวต่อไป สำหรับพื้นที่เฝ้าระวัง จังหวัดชุมพร ตอนล่างของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนบนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และแนวหน้าเทือกเขาหลวงของจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงมีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักได้ ขอให้เฝ้าระวังน้ำหลากที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปอีก 1-2 วัน รวมถึงคลื่นลมในอ่าวไทยและอันดามันยังคงมีกำลังแรง โดยเฉพาะแนวชายฝั่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ความสูงคลื่นประมาณ 2 เมตร (ม.) โดยกลุ่มเมฆเบาบางปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศกับมีกลุ่มเมฆฝนหนาแน่นปกคุลมบางบริเวณของภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของพายุ “ปาบึก” โดยมีฝนตกหนักบริเวณนครศรีธรรมราช 254 มิลลิเมตร (มม.) ชุมพร 226 มม. ประจวบคีรีขันธ์ 134 มม. ระนอง 115 มม. พังงา 91 มม. นราธิวาส 55 มม. กระบี่ 48 มม. และปัตตานี 41 มม.

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ฝนช่วงวันที่ 6-8 มกราคม พายุ “ปาบึก” ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามันและอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว โดยจะเคลื่อนตัวห่างออกไปยังเกาะนิโคบาร์และสลายตัวต่อไป แต่ยังคงมีกระแสลมพัดผ่านภาคใต้ตอนบนเข้าหาหย่อมความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้ยังคงมีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักได้ในจังหวัดชุมพร ตอนล่างของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนบนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และแนวหน้าเทือกเขาหลวงของจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้เฝ้าระวังน้ำหลากที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปอีก 1-2 วัน ส่วนช่วงวันที่ 9-12 มกราคม พายุปาบึก ในทะเลอันดามันจะเคลื่อนตัวห่างออกไปทางเกาะนิโคบาร์ ส่งผลให้ภาคใต้ลดลง แต่ยังคงมีฝนต่อเนื่องในภาคใต้ฝั่งตะวันออก ขณะเดียวกัน ช่วงวันที่ 6-8 มกราคม คลื่นลมในอ่าวไทยและอันดามันยังคงมีกำลังแรง โดยเฉพาะแนวชายฝั่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ความสูงคลื่นประมาณ 2 ม.

 

บทความก่อนหน้านี้ยอดปชช.ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก 212,784 ครัวเรือน ยังอยู่ในศูนย์อพยพ 1.2 พันคน
บทความถัดไปพระพุทธชินราช : โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร