เพจดังวงการสาธารณสุขทนไม่ไหว! ปัญหาวิกฤตฝุ่นจิ๋ว ชี้เป็นความล้มเหลวของรัฐราชการ

27.01.19 | 14:06 น.

เฟซบุ๊กแฟนเพจ gossipสาสุข ได้นำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องฝุ่นละอองที่ปกคลุมหลายพื้นที่ในประเทศอยู่ตอนนี้ว่า

เกิดเป็น “ไทย” ต้อง “ทำใจ”
ในที่สุด คนจะป่วยเรื้อรังจากฝุ่นพิษ
อีกหนึ่งความล้มเหลวของรัฐราชการ

แม้จะมีมาตรการแก้ปัญหาเร่งรัด 9 ข้อ ออกมาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นการ ฉีดล้างถนน พ่นน้ำในอากาศ, การแจกหน้ากากอนามัย N95, การตรวจจับรถควันดำ, การแก้ปัญหาฝุ่นในการก่อสร้างรถไฟฟ้า, แก้ปัญหาจราจรติดขัด, เข้มงวดการเผา-การติดเครื่องรถ และการเร่ง “ฝนหลวง ออกมาตั้งแต่ วันที่ 21 ม.ค.

แต่ก็ดูเหมือนข้อสั่งการ จะเหมือนการ “สั่งน้ำมูก”

ผ่านมา 1 สัปดาห์ รถควันดำยังวิ่งกันเต็มเมือง โดยเฉพาะรถเมล์, การจราจรก็ดูจะวิกฤตหนักขึ้น เพราะคนจำนวนหนึ่ง แห่ใช้รถส่วนตัวเพราะหลบหลีกมลพิษ ส่วนการเผา ก็ยังมีให้เห็นประปราย

Advertisement

การแจกหน้ากาก N95 ไปไม่ถึงไหน แต่มี “แม่ค้า” ขายตามโซเชียลเน็ตเวิร์คไปหมด หน้ากากขาดตลาด ราคาพุ่งขึ้นไปถึงอันละ50 บาท เช่นเดียวกับเครื่องฟอกอากาศราคาแพง ก็ต้องสั่งจองล่วงหน้าจากห้างสรรพสินค้าเช่นกัน

ที่น่าตลกก็คือ แม้จะสั่งการย้ำนักหนา การติดเครื่องรถ ที่จอด “รอนาย” ยังมีให้เห็นทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล ที่รัฐสภา และทุกกระทรวง ทบวง กรม ส่งให้ไอเสียหมุนวนในอากาศเหมือนเดิม

ที่เห็นจะทำจริง และทำได้ผล มีแค่เพียงการระดมฉีดน้ำ จนน้ำเจิ่งนองถนนบางสายเท่านั้น

มาตรการสั่งแต่ไม่ติดตามผล ส่งให้วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 วิกฤตมากขึ้นไปอีก ซ้ำยังลามไปถึงปริมณฑล ไปจนถึงจังหวัดข้างเคียงกรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา อ่วมอรทัยไปตามๆ กัน

แต่ดูเหมือนว่า สิ่งที่รัฐบาลทำได้มากที่สุด เป็นแค่การเพียงประกาศว่าจุดไหน “อันตราย” เท่านั้น

ไม่มีการประกาศงดกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่มีการประกาศปิดโรงเรียน ไม่มีการระบุว่าผลกระทบจาก “ฝุ่นควันพิษ” ขณะนี้ ส่งผลให้มีผู้ป่วยตามโรงพยาบาลมากขึ้นเท่าไหร่

ทั้งที่ข้อเท็จจริงก็คือ ขณะนี้ วอร์ดเด็กของโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งใจกลางเมืองหลวง มีเด็กป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจจำนวนมาก เช่นเดียวกับผู้ใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง เริ่มป่วยเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับหลอดลม ส่วนคนที่มีอาการภูมิแพ้ หลายคนไอ-จามเป็นเลือด

มาตรการรัฐ มีเพียงการบอกว่าประชาชนควรหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคาร และให้สวมหน้ากากอนามัย หากจำเป็นต้องออกนอกอาคารเท่านั้น

มากไปกว่านั้นหน่อยก็คือการรณรงค์ให้ใช้ขนส่งมวลชนสาธารณะ

ทั้งที่ในหลายประเทศ เมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ รัฐจะสั่งให้โรงเรียนในพื้นที่วิกฤต หยุดเรียนได้ทันที

หรือหากจะต้องลดฝุ่นละอองขนาดเล็กจริงๆ ก็สามารถลดปริมาณ “ไอเสีย” จากการจำกัดรถยนต์เข้าพื้นที่วิกฤต หรือหยุดโรงงานบางแห่ง ในพื้นที่ที่ก่อให้เกิดฝุ่นควันมหาศาล

ปัญหาก็คือ กรมควบคุมมลพิษ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม นั้นมี “นาย” คนละคนกัน ไม่สามารถหาข้อมูลที่มาของมลพิษได้ชัดเจน และไม่สามารถนำไปสู่การควบคุมได้

เมื่อว่ากันถึงรถสาธารณะแล้ว กระทรวงคมนาคม ที่จัดระบบขนส่งมวลชน ก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรในระบบ ไม่ได้จัดรถเมล์-รถไฟ หรือระบบ Feeder ป้อนคนจากชานเมืองเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า มากขึ้น ทำให้คนเมืองยังต้องสาละวนกับการรอรถเมล์ควันดำ และเผชิญกับการจราจรตามยถากรรม

มิพักจะต้องพูดถึงระบบ “ตรวจสอบ” และวัดฝุ่นควัน ที่วัดค่าไอเสียรถเมล์ รถกระบะแต่งซิ่ง รถบรรทุก อย่างไรก็ไม่เคยเจอรถ “ควันดำ” ทั้งที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด

ส่วนระบบรัฐราชการภายใต้กระทรวงมหาดไทย หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลยในการลดมลพิษจากการเผา จากการก่อสร้าง หรือจากรถยนต์บนท้องถนน

เพราะฉะนั้นจึงอย่าได้แปลกใจที่เราจะได้เห็นหน่วยงาน “ท้องถิ่น” ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอย่างกรุงเทพมหานคร ทำได้ดีที่สุดคือการเอาน้ำฉีดถนน

กระทรวงสาธารณสุขก็เช่นกัน หนึ่งสัปดาห์หลังวิกฤตมลพิษในเมือง กระทรวงทำได้ดีที่สุดก็แค่การรณรงค์ให้ประชาชนดูแลสุขภาพ

ไม่มีการแจกหน้ากาก ไม่มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หรือในพื้นที่วิกฤต ก็ไม่มีใครบอกว่าจะต้องทำอะไรเพื่อป้องกันสุขภาพ หรือตั้งหน่วยงานดูแลสุขภาพในพื้นที่วิกฤต

ทั้งที่มีเครื่องมือพิเศษคือ พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2555 ซึ่งให้อำนาจเสนอ รมว.สาธารณสุข ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศ ห้ามเผา หรือควบคุมมลพิษทางอากาศได้ เหมือนที่ภาคเหนือเคยประกาศใช้ในพื้นที่อันตรายทุกปี

แต่ก็ไม่เคยมีการใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ เพราะเห็นว่าในที่สุดอาจสร้างความ “ตื่นตระหนก” และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ

เมื่อเป็นเช่นนี้ มาตรการเดียวจากรัฐบาลก็คือรอให้ฝนตก และรอให้มลพิษนี้จางหายไปเอง

ทั้งที่รัฐมีกลไก มีเครื่องมือ มีกฎหมาย มีบุคลากรจำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถจำกัดวงฝุ่นละอองขนาดเล็ก ให้ส่งอันตรายต่อประชาชนได้น้อยกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้

แต่เกิดเป็นคนไทยต้องทำใจ

ในเมื่อฝุ่นเกิดจากโรงงาน เกิดจากควันรถ

หากจะป้องกันตัวเอง ก็หาหน้ากากมาใส่เอง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเอง

“รัฐ” มีหน้าที่ “รณรงค์” ก็เกินพอแล้ว….

#ฝุ่นพิษ #PM2.5
ขอบคุณภาพจาก James Apisit