ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะมีพระราชบัญญัติยาเสพติดที่เกี่ยวกับกัญชา การใช้กัญชาอยู่ในระดับสี่ในห้า อยู่แล้วกล่าวคือมีการใช้กันเอง ทั้งนี้โดยมีการแนะนำ วิธีการปลูก การเพาะ วิธีสกัด จากระดับง่ายเช่นสกัดด้วยน้ำร้อน จนถึงสกัดเป็นน้ำมันและรวมถึงวิธีการใช้เพื่อบรรเทาอาการถึงกับรักษาได้ผลในบางโรค และมีหลักฐานในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการรักษาด้วยแผนปัจจุบันหรือไม่สามารถรักษาได้ แต่ยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีและถึงกับมีชีวิตยืนยาวกว่าที่คาดการณ์ไว้จากสถานะของโรค
จุดประสงค์ของการร่างพระราชบัญญัติกัญชา เพื่อให้มีการเข้าถึงกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์โดยไม่มีการเอารัดเอาเปรียบไม่มีการผูกขาดโดยบริษัทนายทุนและเป็นการใช้กัญชาที่ผลิตจากแหล่งที่บริสุทธิ์และปลอดภัย อีก ทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ใช้กัญชารวมกระทั่งถึงคนที่อยู่ในชมรมจิตอาสาซึ่งในทางกฎหมายถือเป็นชมรมใต้ดิน ได้มีการปฏิบัติอย่างเปิดเผยถูกต้องและที่สำคัญก็คือทำให้กัญชาซึ่งมีการใช้ในตำรับแพทย์แผนโบราณมาหลาย 100 ปี รวมทั้งที่ได้มีการพัฒนาและดัดแปลงกระบวนการวิธีการและควบรวมสายพันธุ์ต่างๆในชมรมจิตอาสา สามารถนำมาผสมผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทยโดยที่มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย
ทั้งนี้โดยที่ต้องไม่ลืมว่างบประมาณของประเทศได้ถูกใช้ไปกับการใช้ยาซึ่งไม่สามารถรักษาโรคเพียงแต่บรรเทาอาการ ซึ่งมีหลายรายการ อาทิเช่นยาที่ใช้ในโรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสันส์ รวมถึงการใช้ยาแก้ปวดซึ่งมีผลกระทบต่อกระเพาะอาหาร ไต และทำให้หัวใจวายได้
และในส่วนของโรคลมชักทั้งที่เกิดในเด็กที่มีสมองพิการรวมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอาการของโรคลมชักที่ไม่สามารถควบคุมด้วยยาหนึ่งตัวทำให้ต้องใช้ยาหลายชนิด(ซึ่งจะมีปฏิกิริยาเสริมหรือขัดฤทธ์ซึ่งกันและกัน ) รวมทั้งในกรณีของโรคมะเร็งที่ตลอดระยะเวลาของโรค คุณภาพชีวิต แย่ลงจากภาวะของจิตใจ จากผลกระทบจากโรคและการรักษาตลอดจนการปฏิเสธอาหาร
การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์มีข้อกำหนดการบ่งใช้โดยกระทรวงสาธารณสุขโดยใช้หลักฐานทางวิชาการซึ่งสามารถครอบคลุมโรคหลายชนิดโดยแบ่งเป็นใช้ได้เลย น่าจะใช้ได้ และอาจจะใช้ได้โดยดุลยพินิจ ของแพทย์ และอีกหลายสาขาที่กำหนดในพระราชบัญญัติ ทั้งนี้โดยมีการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วยเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
พระราชบัญญัติกัญชาฉบับนี้เกิดขึ้นแทบจะเป็นในเวลาเดียวกันกับที่องค์การอนามัยโลกและสหประชาชาติ ประกาศเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ลดระดับของกัญชาจากที่ไม่มีประโยชน์เลยและเป็นยาเสพติดอย่างเดียว เป็นกลุ่มที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ทั้งนี้โดยที่ส่วนประกอบของกัญชาที่อยู่ในกลุ่มของ CBD ที่ไม่มีฤทธ์ต่อจิตประสาท ให้หลุดออกจากยาเสพติดและสามารถใช้ในทางการแพทย์ได้เลยแต่ในส่วนของกลุ่มที่มี THC จัดอยู่ในกลุ่มที่มีประโยชน์ทางการแพทย์แต่เนื่องจาก ฤทธ์ทางจิตประสาทโดยเฉพาะถ้ามีการใช้ผิดวัตถุประสงค์จึงยังต้องมีการควบคุม
ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 สหภาพยุโรปประกาศว่าประเทศควรจะสนับสนุนการวิจัยในเรื่องกัญชา ประกันสุขภาพควรจะครอบคลุมการจ่ายเงินการใช้กัญชาทางการแพทย์ และทางการควรจะแยกแยะได้แล้วระหว่างใช้ทางการแพทย์ กับการใช้เพี่อจุดประสงค์อื่นๆ
สมาชิกรัฐสภายุโรปยังเสนอวิธีแก้ปัญหาเรื่องการวิจัยเกี่ยวกับกัญชาที่มีไม่มากและเรียกร้องให้แต่ละประเทศรีบฉวยโอกาสในขณะที่ยังไม่มีการพัฒนาทางการแพทย์อย่างจริงจัง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจในแต่ละประเทศกำหนดเส้นให้ชัดเจนระหว่างการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์และเพื่อเหตุผลอื่น
ทั้งนี้เพื่อจะได้มีการกำหนด กฏระเบียบ การจัดจ่ายและลดกำแพงวัฒนธรรมที่แตกต่าง เหตุผลก็คือเพื่อที่จะสนับสนุนให้มีการวิจัยในการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ จากกัญชา และวิธีการใช้เพื่อรักษาโรค เมื่อมีกฏระเบียบชัดเจนนักวิจัยก็จะสามารถหาแหล่งขอทุนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
สมาชิกรัฐสภายุโรปคิดว่ามีหลักฐานมากพอสำหรับกัญชาในการเพิ่มความอยากอาหาร เพิ่มน้ำหนักในผู้ที่ขาดสารอาหารจากโรคเอดส์ กัญชายังสามารถช่วยโรคทางจิตเช่นโรคประสาทหลอน หรือ โรคกระตุก นอกจากนั้นยังช่วยในโรคลมบ้าหมู โรคสมองเสื่องอัลไซเมอร์ โรคไขข้อเสื่อม โรคหอบหืด โรคมะเร็ง โรคลำไส้อักเสบ และโรคต้อหิน อีกด้วย นอกจากนั้นยังช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และปวดเช่นปวดประจำเดือนอีกด้วย
โดยมีข้อสนับสนุนจากทางองค์การอนามัยโลกซึ่งออกมาประกาศแล้วว่าสาร CBD ไม่ควรอยู่ในประเภทสารเสพติดอีกต่อไป
สมาชิกรัฐสภายุโรปยังได้เรียกร้องให้แพทย์จ่ายกัญชาได้เสรีโดยใช้จรรยาบรรณแพทย์และการตัดสินใจอย่างเป็นมืออาชีพ และเพื่อได้ผลดีต่อคนไข้ ประกันสุขภาพควรจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเฉกเช่นยาตัวอื่นๆ
การควบคุมเช่นนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐบาล ลดการหากัญชาและใช้กัญชาจากแหล่งใต้ดิน ทั้งนี้จะทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและระดับความแรงของกัญชาได้ดีขึ้น นอกจากนั้นเมื่อแหล่งใต้ดินน้อยลงก็สามารถลดการเข้าถึงของกัญชาในหมู่เด็กและผู้ที่ไม่ได้ใช้ทางการแพทย์
และเมื่อกลับมามองดูสถานการณ์ในประเทศไทยดังที่ได้กล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่ากระบวนการใช้กัญชาทางการแพทย์ของเรามีความก้าวหน้าอยู่แล้ว ทั้งนี้เพียงแต่ปรับให้ทันสมัยและอยู่ในมาตรฐานสากล โดยใช้ข้อได้เปรียบของประเทศไทยที่มีการใช้กัญชามาเนิ่นนานและมีตำรับแพทย์แผนไทยที่ได้จารึกสำหรับการรักษาโรคอยู่หลายตำรับด้วยกัน
กฎหมายลูกที่ออกมาตามหลังพระราชบัญญัติจำเป็นต้องยึดตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิม เพื่อให้สามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์ได้สูงสุดแก่ผู้ป่วยและแน่นอน
สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยเอง ของงบประมาณของประเทศ และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและที่ต้องทำให้เกิดขึ้นได้ก็คือการที่จะใช้กัญชาในระดับตัวบุคคลได้อย่างถูกต้องโดยมีการควบคุมโดยชุมชนกันเอง เหมือนอย่างที่กระทำปฏิบัติกันแล้วอยู่ในขณะนี้ แต่ยังจำกัดอยู่แต่ในชมรมหรือชุมนุมจิตอาสากลุ่มย่อย
กฎหมายลูกที่เรียกว่านิรโทษกรรมและข้อกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆต้องไม่มองผู้ป่วยที่ใช้และผู้ที่ครอบครองและนำกัญชามาให้กับผู้ป่วยในลักษณะของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นผู้ร้าย โดยมีบทลงโทษทั้งจำและปรับ
ทั้งนี้ต้องไม่ให้ผู้ป่วยที่ได้รับประโยชน์จากกัญชาอยู่แล้วขาดตอน และต้องกลับไปสู่สภาพเดิม
ทั้งหมดทั้งหลายนี้จะเป็นกัญชายุคใหม่ของประเทศไทย

