สธ.ชวนร่วมมหกรรมสมุนไพร 6-10 มีนาฯ ชูนวดไทยมรดกมนุษยชาติ ‘อภัยภูเบศร’ เปิดตำรับสกัดไตวาย

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ภายใต้แนวคิด “สมุนไพร นวดไทย อนาคตไทย” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 -10 มีนาคม ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า รัฐบาลได้ส่งเสริมเรื่องสมุนไพรและใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพื่อพึ่งพาตนเองและสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ทั้งยังจะส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรทดแทนพืชเศรษฐกิจเดิมให้เป็นสินค้านวัตกรรมสามารถแข่งขันในตลาดโลก โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2562-2565 จะให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยร้อยละ 20 เพิ่มมูลค่าสมุนไพรให้ได้ 3.6 แสนล้านบาท โดยจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ผู้ปลูก ผู้ผลิตผู้บริโภค และผลักดัน ให้ภูมิปัญญานวดไทยเป็นมรดกของมนุษยชาติของยูเนสโก รวมทั้งเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. …ขณะนี้ผ่านวาระ 3 รอการประกาศบังคับใช้

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. กล่าวว่า สธ.ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรและนวดไทย โดยพัฒนาวิชาการและหลักสูตรการศึกษา ส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการบริการเป็นทางเลือกประชาชนในการดูแลสุขภาพ เชื่อมโยงในระบบบริการปฐมภูมิ จัดตั้งโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยประจำภาค สนับสนุนให้โรงพยาบาลผลิตและใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน ยกระดับนวดไทยสู่สากล รวมทั้งอุตสาหกรรมสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ ให้สมุนไพรไทยเป็นสินค้าที่ขายระดับโลกได้ รวมทั้ง ได้ขับเคลื่อนสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจครบวงจร ดำเนินการตั้งแต่ ต้นทาง พื้นที่ปลูกสมุนไพรกว่า 5,000 ไร่ ต้องเป็นวัตถุดิบปลอดภัยและได้มาตรฐาน กลางทาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีคุณภาพ นวัตกรรมเพิ่มมูลค่า และลดต้นทุนการผลิต โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมสารสกัด การวิจัยนวัตกรรม จัดศูนย์ให้คำปรึกษาและส่งเสริมผู้ประกอบการ ในปี 2561 มีมูลค่าเกือบ 27 ล้านบาท และปลายทาง ส่งเสริมการตลาดในและต่างประเทศ ช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศ 559.718 ล้านบาท โดยการจับคู่ทางธุรกิจกับต่างประเทศ เปิดร้านค้าสมุนไพรในเมืองสมุนไพร จัดทำมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อการรับรองคุณภาพ

นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สธ. กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ ประกอบด้วย การประชุมวิชาการประจำปี 2562 การพัฒนากัญชาทางการแพทย์ เมืองสมุนไพร และตลาดความรู้ อบรมระยะสั้นหลักสูตรละ 2 ชั่วโมง ฟรี 26 หลักสูตร โดยแบ่งงานออกเป็นโซน ได้แก่ โซนภูมิปัญญา (WISDOM) อาทิ สวนสมุนไพรเพื่อการอนุรักษ์ คุ้มครองเชิงเศรษฐกิจและเชิงสุขภาพ นิทรรศการ “การนวดไทย มรดกภูมิปัญญาไทย” “200 ตำรับยาดี สู่การใช้ประโยชน์” หมอพื้นบ้านพร้อมสาธิต ตรวจแนะนำ ให้ความรู้ จากภูมิปัญญาภาคต่างๆ โซนบริการ (SERVICE) ตรวจรักษาโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก บริการคลินิกเฉพาะโรคไมเกรน อัมพฤกษ์ อัมพาต จับโปงเข่า (ข้อเข่าเสื่อม) การแพทย์แผนจีน เช่น การฝังเข็ม การครอบแก้ว และการนวดทุยนา โซนผลิตภัณฑ์ (PRODUCT) ให้ความรู้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาทิ โรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ให้ความรู้สมุนไพรดูแลไตและสมุนไพรลดมลภาวะเป็นพิษ บริการนวดไทย สปาหน้า ผลิตภัณฑ์สมุนไพรลดสูงสุด 50% แจกต้นสมุนไพรดูแลไต 300 ต้นต่อวัน แจกหนังสือบันทึกแผ่นดิน เล่มที่ 11 วันละ 200 เล่ม บริการตรวจ ปรึกษาสุขภาพฟรี เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาหารและเครื่องดื่ม โซนจำหน่ายสินค้าสุขภาพ อาหารสุขภาพ อุปกรณ์ดูแลสุขภาพกว่า 500 ร้านค้า


ทั้งนี้ ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ผู้จัดละคร “ทองเอก หมอยาท่าโฉลง” ที่ได้สื่อสารให้คนไทยได้รับรู้ถึงการดูแลสุขภาพตามวิถีชีวิตคนไทยโบราณ การใช้ประโยชน์จากสมุนไพร ความเป็นหมอยาไทย นับเป็นการร่วมอนุรักษ์และเชิดชูภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาต่อยอดตามหลักวิชาการ ทั้งทางวิชาการและประสบการณ์ใช้ประโยชน์

ด้าน นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า อภ.ได้ไปร่วมมหกรรมดังกล่าว ภายใต้แนวคิด “อภ. องค์กรหลักและผู้นำเทคโนโลยีการวิจัย พัฒนา และผลิตสารสกัดจากสมุนไพร และสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์” โดยจะมีการนำเสนอการปลูกต้นกัญชาทางการแพทย์ตามมาตรฐาน GAP สายพันธุ์กัญชาต่างๆ ทั้งสายพันธุ์ลูกผสม  สายพันธุ์กัญชาไทย เป็นต้น รวมถึงมีการนำเสนอแผนการดำเนินงานการปลูกและผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ ทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ 1.นำร่องศึกษาวิจัยพัฒนาการปลูกและสกัดในระดับห้องปฏิบัติการ 2.ศึกษาวิจัยพัฒนา สายพันธุ์ การปลูก และสกัดกัญชาในระดับกึ่งอุตสาหกรรม และ 3.การปลูกและผลิตสารสกัดกัญชาในระดับอุตสาหกรรม

นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงไฮไลต์ของงานมหกรรมสมุนไพร ว่า อภัยภูเบศร ชูแนวคิด ดูแลไต ก่อนตายไว เป็นแนวคิดสำคัญในการจัดงาน เนื่องจากคนไทยมีอัตราการเกิดโรคไตวายเรื้อรังเพิ่มสูงขึ้น และพบเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน สาเหตุสำคัญมาจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และเมื่อผู้ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วก็มักจะหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือสมุนไพรมาใช้ ดังนั้นจึงอยากให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยแยกเป็นการป้องกัน ส่งเสริมให้ไตทำงานได้ดี ส่วนผู้ป่วยโรคไตวาย ก็จะมีการแนะนำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคและสาเหตุที่ถูกต้อง และแจกสมุนไพร 5 ชนิด หนึ่งในนั้น คือ เจ็ดกำลังช้างสาร ที่มีสรรพคุณบำรุงไต กล้วยป่า ผักขมหิน หญ้าหนวดแมว และต้นเกล็ดปลา ชนิดละ 300 ต้น พร้อมแจกหนังสือ บันทึกของแผ่นดิน 11 สมุนไพรเพื่อไต จำนวน 1,000 เล่ม

บทความก่อนหน้านี้ยิ้มสู้! ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย โดน ‘หมากัด’ ระหว่างหาเสียง
บทความถัดไปศึกชนช้าง ชิงเจ้าดิวตี้ฟรีไทย