เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ริมแม่น้ำโขงด้านหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นลานสาธารณะที่ผู้คนในเชียงแสนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองเชียงแสนนิยมพากันมานั่งรับประทานอาหาร ที่มีแม่ค้าคนท้องถิ่นใช้รถเข็นมาบริการขายอาหารและเครื่องดื่มและบางส่วนก็นิยมซื้ออาหารและเครื่องดื่มมาจากที่อื่นเพื่อมานั่งดื่มกินเคล้ากับบรรยากาศริมแม่น้ำโขงที่มีสายลมพัดผ่านสร้างความสดชื่นในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวมักจะมีนักท่องเที่ยวมาชมวิวและถ่ายรูปบริเวณนี้จำนวนมาก
ดังนั้นเป็นที่แน่นอนว่าปัญหาความสะอาด เศษขยะจึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสนมาคอยเก็บกวาดแต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องเวลาทำงานเพราะที่นี่ผู้คนนิยมมากันมากๆในช่วงเย็นถึงค่ำ และจากการสังเกตตลอดความยาวของลานริมแม่น้ำโขงยาวประมาณ 700 เมตรไม่มีถังขยะไว้บริการสำหรับผู้ที่จะนำขยะมาทิ้ง ดังนั้นจึงมีขยะที่หลงเหลือจากผู้ที่นำใส่อาหารเครื่องดื่มมาทิ้งไว้เกลื่อนพื้นทางเดินจำนวนมาก
ทุกวันช่วงเย็น นายสมคิด ปัญญาดี อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 บ้านกู่เต้า หมู่ 3 ต.โยนก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อาชีพทำนา และรับจ้างทั่วไป จะขี่ จยย.มาจากบ้านที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กม.พร้อมสะพายเป้มาด้วย 1 ใบ ภายในบรรจุวิทยุทรานซิสเตอร์ ลูกตะกร้อ ลูกมะพร้าวแห้ง ลูกบอล และถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดใหญ่ เดินทางมาออกกำลังกายที่จุดนี้เป็นประจำนานกว่า 3 ปีมาแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือนายสมคิด นอกเหนือจากการเดาะลูกบอล เดาะตะกร้อ เดาะลูกมะพร้าวและการนั่งทำสมาธิริมแม่น้ำโขง นั้นก็คือการนำถุงพลาสติกหูหิ้วที่พกมาจากบ้านวันละไม่ต่ำกว่า 5 ใบ ออกเดินเก็บขยะที่มีทั้งถุงพลาสติก เศษกระดาษ แก้วพลาสติก ขวดแก้ว ที่มีคนใส่อาหารมาทานแล้วทิ้งไว้ ซึ่งขณะที่เดาะลูกฟุตบอลไปก็จะเก็บขยะไปด้วย ตลอดระยะความยาวของลานสาธารณะ บางครั้งจะมีเด็กๆ ที่มาเดินเล่นก็จะมาช่วยเก็บขยะด้วย สร้างภาพที่เป็นความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็น นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ที่นำอาหารเครื่องดื่มมาทานเมื่อเห็นคนเก็บขยะต่อหน้าก็จะไม่กล้าทิ้งเรี่ยราด ถือว่าเป็นการกระทำที่สร้างคุณงามความดีให้กับท้องถิ่นและสร้างจิตสำนึกให้กับชนรุ่นหลังได้ซึมซับการกระทำดีเช่นนี้และนำไปเป็นแบบอย่าง
นายสมคิด เปิดเผยว่า จุดเกิดแรงบันดาลใจที่มาทำเช่นนี้คือเมื่อย้อนหลัง 3 ปีที่แล้วตนเองได้มานั่งทานอาหารตรงจุดนี้และด้วยความเคยชินหลังจากกินเสร็จก็ไม่ได้เก็บขยะที่เหลือจากการกินไปทิ้งด้วย ขณะเดียวกันตนได้เห็นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งต่างชาติซึ่งนำอาหารมานั่งกินในบริเวณเดียวกันหลังจากกินเสร็จแล้วนักท่องเที่ยวคนนั้นได้ลุกขึ้นพร้อมกับเก็บกวาดขยะที่เกิดจากการกินอาหารของตัวเองแล้วนำไปทิ้งที่ถังขยะ ทำให้ตนเกิดความละอายใจ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจึงตั้งใจออกมาเก็บขยะที่มักจะถูกคนที่มาเที่ยวทิ้งไว้บริเวณนี้ทุกวัน โดยตนเองคิดว่าเมื่อมีผู้ที่มาปลุกจิตสำนึกให้กับตนเองแบบนี้แล้วตนเองต้องมีหน้าที่ถ่ายทอดจิตสำนึกการรักษาความสะอาดเพื่อส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไปให้ได้มากที่สุด ในบางครั้งก็มีคนมาพูดว่าตนสติไม่ดีเป็นบ้าที่ทำแบบนี้แต่ตนก็ไม่ได้โกรธเคืองคนที่พูด เพราะคิดว่าการทำความดีถ้าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนก็จงตั้งใจทำต่อไป
นอกจากนี้ในการมาเดาะบอลออกกำลังกายทุกวันนี้ยังได้สอนพื้นฐานการเดาะบอลให้กับเด็กเยาวชนที่มีความสนใจในการกีฬาออกกำลัง และเด็กทุกคนที่มาเล่นกีฬากับตนก็จะร่วมในกิจกรรมการเก็บขยะดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งตนมีความตั้งใจจะทำต่อเรื่อยๆ จนกว่าจะปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนหันมาช่วยกันรักษาความสะอาดเพื่อให้เมืองเชียงแสนบ้านเกิดของตนเอง สวย สะอาด ปราศจากขยะให้ได้ ไม่ว่าจะใช้เวลาอีกกี่ปีก็ตาม ซึ่งที่ผ่านมาหากตนเองไม่ป่วยหรือติดงานสำคัญจริงๆ ก็จะมาออกกำลังพร้อมกับเก็บขยะเป็นประจำทุกวันไม่เคยขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกวันตอนเย็นก็จะเห็นนายสมคิด ปฏิบัติเช่นนี้มานานกว่า 3 ปี ทำให้รู้สึกว่าเป็นการทำความดีที่มีคุณค่าอย่างมาก วันไหนมาแล้วไม่พบนายสมคิดเดินเก็บขยะอยู่ริมน้ำโขงก็เหมือนว่าจะขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่ง จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทางอำเภอ ท้องถิ่น หรือสถานศึกษา ได้ส่งเสริมจัดบุคลากรมาช่วยกิจกรรมการเก็บขยะให้มีความยั่งยืนและอยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆ เพราะเชียงแสนเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก หากยังไม่มาช่วยกันดูแลรักษาเรื่องความสะอาดต่อไปในอนาคตก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในที่สุด


