“ไบโอไทย”คาดรัฐเล็งนำเข้า“ยากัญชา”จากบริษัทที่ภาคประชาสังคมต้านยื่นจดสิทธิบัตร ดักคอกลิ่นผูกขาดกำลังโชยมา

23.05.19 | 08:46 น.

กรณีมีกระแสข่าวว่าองค์การเภสัชกรรม(อภ.) และสภากาชาดไทย เตรียมจัดหายากัญชา โดยเป็นการนำเข้าในช่วงสั้นๆ ตามข้อสั่งการของคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากกัญชาเพื่อการศึกษาวิจัยและประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน ที่ให้สามารถนำเข้ากัญชาได้ หากมีความจำเป็นในการนำมาให้ผู้ป่วยระหว่างที่รอผลผลิตตามกฏหมายในเดือนกรกฎาคมนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เพจเฟซบุ๊กมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)เตรียมอนุญาตนำเข้ายากัญชาจากบริษัทยาต่างชาติ ซึ่งคาดว่ายาที่ อย.อนุญาตนำเข้าจากต่างประเทศคือ Sativex และ Epidolex ยารักษาโรคปวดเรื้อรังและโรคลมชักของบริษัท GW Pharma เจ้าเก่า ซึ่งยื่นขอรับสิทธิบัตรกัญชามากที่สุด แต่ภาคประชาสังคมและนักวิชาการเคลื่อนไหวคัดค้านจนต้องยกเลิกคำขอทั้งหมดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวระบุว่า 1.ในขณะที่ตำรับยาน้ำมันกัญชาสูตรอาจารย์เดชา ศิริภัทร ซึ่งผลิตและแจกจ่ายแก่ประชาชนโดยไม่หวังผลตอบแทนยังไม่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุข และโครงการร่วมในการผลิตยากัญชาเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ป่วยในรูปโครงการวิจัยที่ทำร่วมกับคณะเภสัชฯ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ขอนแก่น และ ม.รังสิต ยังไปไม่ถึงไหนเพราะยังไม่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการในกระทรวงสาธารณสุข

2.ล่าสุด อย.เตรียมเร่งนำเข้ายากัญชาจากต่างประเทศ โดยอ้างว่าเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง เพราะผลผลิตที่ได้ตามกฎหมายยังไม่เพียงพอกับความต้องการ (http://news.ch3thailand.com/local/95514)

3.ทั้งนี้เพราะองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตน้ำมันกัญชาล็อตแรกได้เพียง 2,500 ขวด (ขวดละ 6 ซีซี) โดยจะผลิตได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2562 และตลอดปีแรกสามารถผลิตได้เพียง 10,000 ขวดเท่านั้น (https://health.kapook.com/view210323.html)

Advertisement

4.หากมีการนำเข้ายากัญชาจากต่างประเทศ คาดว่าการนำเข้ากัญชาจะถูกนำเข้ามาเพื่อใช้รักษาโรคที่อย.ประกาศว่ากัญชาสามารถใช้ในการรักษาโรคได้เพียง 4 โรคเท่านั้นได้แก่ ลมชักในเด็ก กล้ามเนื้อเนื้อแข็ง ผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการได้รับยาเคมีบำบัด และปวดเรื้อรัง (https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_2205926)

5.การนำเข้ายาจากกัญชาตามมาตรฐานของอย.ต้องเป็นยาจากบริษัทยาที่ผ่านการรับรองจาก FDA ของต่างประเทศเท่านั้น เพราะหากนำเข้าน้ำมันกัญชาจากแหล่งอื่นๆ อย.จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะไม่ยอมรับรองน้ำมันกัญชาจากผู้ผลิตในประเทศแต่กลับนำเข้าจากต่างชาติ

6.ภายใต้เหตุผลในข้อ 4 และ 5 ยาจากกัญชาที่ได้รับการรับรองโดย FDA ในต่างประเทศมีเพียง 2 ตำรับเท่านั้น คือ Sativex (หรือ Nabiximols) สำหรับรักษาโรคปวดเรื้อรัง (ปวดปลายประสาทและปวดจากโรคมะเร็ง) และ Epidolex ซึ่งรักษาโรคลมชัก( Dravet and Lennox-Gastaut syndromes)
(http://ir.gwpharm.com/news-releases/news-release-details/epidiolexr-cannabidiol-oral-solution-first-fda-approved-plant)
(https://www.gwpharm.com/healthcare-professionals/sativex)

7.ผู้เป็นเจ้าของยาทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวคือบริษัท GW Pharma บริษัทซึ่งยื่นขอสิทธิบัตรกัญชาร่วมกับบริษัท Otzuka ในประเทศไทยมากที่สุด ครอบคลุมการใช้กัญชาในการรักษาโรคลมชัก จิตประสาท มะเร็ง เป็นต้น อย่างไรก็ตามคำขอสิทธิบัตรทั้งหมดได้ถูกรัฐบาลเพิกถอน หลังการเคลื่อนไหวคัดค้านของนักวิชาการและภาคประชาสังคม เนื่องจากเป็นคำขอที่ขัดมาตรา 9(5) เพราะกัญชายังคงเป็นยาเสพติดตามกฎหมายไทยในระหว่างที่มีการยื่นคำขอ
(http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/825460)

กลิ่นการผูกขาดกัญชากำลังโชยมา หมอพื้นบ้านยังไม่สามารถผลิตและแจกจ่ายยาจากัญชาได้ เพราะเงื่อนไขที่ถูกกำหนดโดย อย.ดูเหมือนจะเปิดทางไว้สำหรับบริษัทยากัญชาต่างชาติ GW Pharma เหมือนหนังม้วนเก่าเรื่องสิทธิบัตรกัญชากลับมาวนฉายซ้ำ แต่เปลี่ยนคนเขียนพล็อตจากกรมทรัพย์สินทางปัญญามาเป็น อย.แทน