ตะลึง “มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค”ตรวจโรตีสายไหมอยุธยา พบ 7 ร้าน สารกันบูดเกินมาตรฐานอื้อ

“มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค” แฉ 7 ร้านโรตีสายไหมอยุธยา สารกันบูดเกินค่ามาตรฐานอื้อ

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 พฤษภาคม ที่สำนักงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค จ.พระนครศรีอยุธยา แถลงข่าว “ฉลาดซื้อ เปิดผลทดสอบสารกันบูดในโรตีสายไหม รอบ 2” ภายใต้โครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ โดยการสุ่มเก็บตัวอย่างโรตีสายไหม 13 ตัวอย่างจากร้านโรตีสายไหมในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา มาตรวจวิเคราะห์สารกันบูด ประเภทกรดเบนโซอิกและสีผสมอาหารสังเคราะห์เป็นครั้งที่ 2 เพื่อติดตามผลการสุ่มตรวจครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2561 โดยมี น.ส.ทัศนีย์ แน่นอุดร หัวหน้ากองบรรณาธิการ นิตยสารฉลาดซื้อ และภก.สันติ โฉมยงค์ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมแถลงข่าว

 

น.ส.ทัศนีย์ กล่าวว่า โรตีสายไหมในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นของฝากยอดนิยมและสินค้าขึ้นชื่อในพื้นที่ โดยการสุ่มตรวจครั้งแรกพบปริมาณสารกันบูดกรดเบนโซอิก ซึ่งเป็นสารกันบูดที่ผู้ประกอบการนิยมใช้ พบมีค่าเกินมาตรฐาน 4 ร้านจาก 10 ร้าน หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ต่อมาหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น สำนักงานสาธารณาสุขจังหวัด (สสจ.) ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการใช้วัตถุปนเจืออาหารที่ถูกต้อง ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 381) พ.ศ.2559 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 5) อนุญาตให้ตรวจพบปริมาณกรดเบนโซอิกได้ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัม (มก.) ต่อน้ำหนักอาหาร 1 กิโลกรัม (กก.) และฉบับเพิ่มเติมที่ 389 พ.ศ.2561 ก่อนระบุว่าทุกร้านมีความปลอดภัย ซึ่งในการสุ่มตรวจครั้งนี้ได้สุ่มเก็บตัวอย่าง 13 ตัวอย่างเพื่อเทียบกับผลสุ่มตรวจครั้งแรก พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างจากร้านเดิม พบว่าร้านที่เคยตกมาตรฐานครั้งแรก ยังคงตกมาตรฐานซ้ำ

น.ส.ทัศนีย์ กล่าวว่า โดยผลการตรวจสอบ 13 ตัวอย่างครั้งนี้ พบโรตีสายไหม 6 ตัวอย่างมีปริมาณสารกันบูด ประเภทกรดเบนโซอิกเกิน 1,000 มก. ได้แก่ ร้านเรือนไทย 1,024.60 มก./กก. ร้านไคโร น้องชายบังอิมรอน 1,114.79 มก./กก. ร้านบังหมัด 1,251.81 มก./กก. ร้านวริศรา โรตีสายไหม 1,442.81 มก./กก. ร้านบังเปีย อามีนะห์ แสงอรุณ 1,590.67 มก./กก.และร้านแม่ชูศรี 3,281 มก./กก.

 

ส่วน 7 ตัวอย่างไม่พบสารกันบูดเกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ ร้านอาบีดีน+ประนอม แสงอรุณ 19.87 มก./กก. ร้านวรรณพร 526.67 มก./กก. ร้านจ๊ะโอ๋ 574.58 มก./กก. ร้านเอกชัย (B.AEK) 575.34 มก./กก. ร้านประวีร์วัณณ์ 620.87 มก./กก. ร้านศิลัคข บังอารีย์ แสงอรุณ เจ้าเก่า 751.19 มก./กก. และร้านแกรนด์ โรตีสายไหม (โรตี ล้อเล็ก) 867.70 มก./กก. ส่วนปริมาณสีอาหารสังเคราะห์ที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 381) พ.ศ.2559 อนุญาตให้ใช้ตาร์ตราซีน ได้สูงสุดไม่เกิน 50 มก./กก.สำหรับอาหารในกลุ่มขนมหวานที่มีธัญชาติและสตาร์ชเป็นส่วนประกอบหลักนั้น พบมีแผ่นแป้งโรตี 2 ตัวอย่างเกินมาตรฐาน ได้แก่ ร้านวรรณพร 59.76 มก./กก.และร้านประวีร์วัณณ์ 57.41 มก./กก. ทั้งนี้ ทางมูลนิธิจึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบลงพื้นที่สุ่มตรวจโรตีสายไหมที่วางจำหน่ายในพื้นที่ พร้อมให้ดำเนินการตามกฎหมายกับร้านที่ใช้สารกันบูดหรือสีผสมอาหารสังเคราะห์เกินปริมาณกำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความปลอดภัยของอาหารให้กับผู้บริโภค รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้วัตถุเจือปนทางอาหารให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อให้ใช้วัตถุเจือปนอาหารได้ถูกต้อง เช่น การใช้เครื่องมือชั่ง ตวง วัด เป็นต้น

ด้าน ภก.สันติ กล่าวว่า สำหรับการสุ่มเก็บตัวอย่าง 13 ตัวอย่างเป็นการเก็บตัวอย่างในช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงมากที่สุดเนื่องจากผู้ประกอบการนิยมนำสินค้าที่จำหน่ายไม่หมดออกจำหน่ายในวันถัดมาและพบว่ามักใส่สารกันบูดปริมาณมาก ประกอบกับปัจจุบันผู้ประกอบการนิยมใส่สารกันบูดในปริมาณมากขึ้นด้วย ดังนั้น จึงขอแนะนำผู้บริโภคเลือกซื้อโรตีสายไหม โดยสังเกตเส้นสายไหมและแผ่นแป้งที่มีสีไม่เข้มจัด เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคสีผสมอาหารสังเคราะห์และควรบริโภคในปริมาณเหมาะสม เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสารกันบูดมากเกินไป โดยเฉพาะในเด็กที่นิยมบริโภคในปริมาณมากหรือคนทั่วไป บางคนหากร่างกายมีการตอบสนองสารเหล่านี้ไว จะเกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อาจทำให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการระคายเคือง และอาจทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงช็อกเฉียบพลัน หายใตไม่ออก หรือเป็นลมหมดสติได้

 

 

“โดยร้านที่ขายดี หรือร้านที่ผู้คนนิยมซื้อกันมากจะพบสารกันบูดในปริมาณน้อยมากกว่าร้านที่อยู่ในตรอกซอยลึกๆ ซึ่งการใส่สารกันบูดอาจจะสัมพันธ์กับปริมาณที่จำหน่ายในแต่ละวันด้วย ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่าร้านส่วนใหญ่จะนำแป้งที่นวดมาแล้วและสายไหมมาจากจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจมีความเสี่ยงใส่สารกันบูดมากกว่า โดยการซื้อโรตีสายไหม ประชาชนควรเลือกซื้อสินค้าสดใหม่ ควรจะเก็บไว้ในอุณหภูมิปกติไม่เกิน 2-3 วัน หากเกินกว่านั้นไม่แนะนำให้รับประทาน พร้อมให้สังเกตสีของสายไหมและแป้งผิดปกติหรือไม่ หากมีสีเข้มเกินไปสันนิษฐานได้ว่าอาจมีการปริมาณสารกันบูดมาก หรือหากขึ้นราก็ไม่ควรเลือกซื้อ รวมถึงดูความสะอาดของร้านค้าต้องมีความน่าเชื่อถือ ผู้ค้าแต่งกาย สวมใส่เสื้อผ้าสะอาดถูกลักษณะอนามัยหรือไม่” ภก.สันติ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดูชัดๆ! “ไอลอว์” โชว์จำนวน ส.ส.หากกกต.ใช้สูตรคำนวณแบบไม่จัดสรรที่นั่งให้พรรคที่ได้ส.ส.พึงมีต่ำกว่าหนึ่ง
บทความถัดไปปีนรั้วเหล็กไปบ้านลูกสาวถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตคาที่