“จักกพันธุ์” เผยรู้เหตุ “อุโมงค์บางซื่อ” ไม่ทำงาน เพราะกระแสไฟเกินจนฟิวส์ขาด สั่งสอบ “ศรีสุวรรณ” ข้อมูลมั่วจ่อฟ้องกลับ

วันที่ 11 มิถุนายน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองลาดพร้าว และการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว ว่า คลองลาดพร้าวมีความยาวทั้งสองฝั่งรวมทั้งสิ้น 45.3 กิโลเมตร (กม.) ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง หากแล้วเสร็จคลองลาดพร้าวจะสามารถรับน้ำได้ในปริมาณมากขึ้น และช่วยระบายน้ำในพื้นที่ออกสู่คลองได้เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กทม.ยอมรับว่ามีเศษดินและเศษวัสดุก่อสร้างอยู่ในคลองจริง แต่ได้แก้ไขแล้ว ปัจจุบันไม่มีสภาพปัญหาดังกล่าว ขณะเดียวกัน กทม.โดยสำนักงานเขตลาดพร้าว และสำนักงานเขตวังทองหลางอยู่ระหว่างการตรวจสอบผู้รับจ้าง หากพบข้อเท็จจริงผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับ 5,000-10,000 บาท ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 โดย กทม.จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

นอกจากนี้ นายจักกพันธุ์ ยังกล่าวถึงนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ใช้ภาพเก่าและให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนท้วงติงคลองลาดพร้าว กทม.ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานตรวจสอบ เนื่องจากพบว่า นายศรีสุวรรณใช้ภาพเก่าอ้างอิง ทั้งๆ ที่มีการดำเนินการแก้ไขแล้ว พร้อมให้รายงานมายังผู้บริหาร กทม.

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ กทม.จะฟ้องนายศรีสุวรรณ นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดซื้อเครื่องสำรองไฟสำหรับติดตั้งภายในอุโมงค์บางซื่อ นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า กรณีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง กทม.มีอยู่แล้ว แต่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาด 1,000 โวลต์ ขณะที่ภายในอุโมงค์บางซื่อต้องใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 6,600 โวลต์ เพื่อติดตั้งตามเครื่องสูบน้ำ 6 ตัว ขณะนี้สำนักการระบายน้ำอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลและสอบราคาเพื่อจัดซื้อ หากมีก็จะให้ดำเนินการ เนื่องจาก กทม.มีความจำเป็นจะต้องใช้ และ กทม.ยังไม่มี

“เดิมที่ กทม.มีการออกแบบอุโมงค์บางซื่อ มีการพิจารณาถึงการใช้กำลังไฟฟ้าจำนวนมากที่จะใช้สำหรับเครื่องสูบน้ำ 6 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีกำลังสูบ 10 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที และใช้กำลังไฟแต่ละตัวไม่ต่ำกว่า 6,000-7,000 โวลต์ ต่อมาจึงมีการแบ่งจ่ายกำลังไฟเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าจากเขตสถานีไฟฟ้าบางซ่อน และสถานีไฟฟ้าสามเสน เดิมมั่นใจจะรับไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้ามากได้ แต่ความจริงแล้ววันนั้นไฟฟ้าไม่ได้ดับ แต่มีกำลังไฟฟ้าเข้ามาเกินขนาด ทำให้ฟิวส์ขาด ต่อมาได้ทำการเปลี่ยนฟิวส์และปัจจุบันเครื่องทำงานได้ตามปกติแล้ว ทั้งนี้ จึงต้องหารือเพิ่มเติมอีกว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ฟิวส์ตัดหรือขาดอีก ซึ่งเหตุการณ์วันนั้น กทม.ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ ยืนยันว่า ปีนี้ กทม.มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้เร็วกว่าปีที่ผ่านมา” นายจักกพันธุ์ กล่าว

 

บทความก่อนหน้านี้‘วอร์ริเออร์ส’ ฮึดแซงดับ ‘แร็ปเตอร์ส’ 106-105 ต่อลมหายใจลุ้นแชมป์ลีก ‘เอ็นบีเอ’
บทความถัดไป‘วราวุธ’ เชื่อได้ครม.ใหม่หลังอาเซียนซัมมิท มั่นใจรบ.ปริ่มน้ำไม่ใช่ปัญหา มองแก้รธน.โอกาสดี