ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. น.พ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” ว่า
การที่ไม่สามารถมียากัญชาที่ถูกต้องในระบบ ถือเป็นความรับผิดชอบของทางการที่สำคัญประการหนึ่ง….
เพราะเมื่อขมวดมาตรการการคุมเข้ม ผู้ป่วยที่ใช้กัญชาอยู่แล้ว ต่อจากนี้จะถูกถือว่า ครอบครองของผิดกฎหมาย และแม้ว่าจะขอนิรโทษกรรมไปแล้วก็ตามแต่ก็สามารถใช้ต่อได้อีก 90 วัน นอกจากนั้นยังมีผู้ป่วยซึ่งมีข้อจำกัดของการใช้ยาปัจจุบัน และต้องการหันไปใช้กัญชาเป็นการควบรวม
อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อยากัญชาหมด?
ถ้ายากัญชาถูกกฎหมายยังไม่มี หรือมีแต่ไม่เพียงพอเท่ากับ……….
เป็นการผสักดัน ผู้ป่วยเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากตลาดมีดซึ่งไม่ได้บอกข้อจำกัด ไม่ได้บอกวิธีใช้ที่ถูกต้อง
ผลที่เกิดขึ้นนอกจากอาจจะถูกจับ การใช้โดยไม่ทราบข้อจำกัด ไม่ทราบวิธีใช้และไม่สามารถตระหนักถึงอันตรายที่ยากัญชาเข้าไปทำปฏิกิริยากับยาแผนปัจจุบัน
ถ้าใช้ขนาดมากเกินไปก็เกิดเมาและแม้ใช้ขนาดที่ไม่มาก อาจมีปฏิกิริยาเสริมฤทธิ์ยาปัจจุบันให้ออกฤทธิ์มากขึ้นก็อันตรายเช่นกัน
กระบวนการใช้กัญชาทางการแพทย์ตามเจตนารมย์ของพระราชบัญญัติคือช่วยผู้ป่วยและเพื่อให้ผู้ป่วยมีสิทธิขั้นพื้นฐานและการรักษาตัว
อันตรายที่เกิดขึ้นต่างๆเหล่านี้ทางการต้องรีบจัดการโดยด่วนและจะปฎิบัติเสมือนเป็นงานประจำไม่ได้.
ถ้าจะโทษว่ายากัญชาอันตราย…..!!!!
อาจจะต้องโทษว่า เป็นความละเลย…..แทนที่จะเร่งการทำงานให้เป็นระบบระเบียบ ตามเวลาที่ควรจะเป็น
กลับมุ่งเน้นการควบคุมอย่างเดียว และเป็นการละเลยจุดมุ่งหมายเดิมที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยเหล่านี้อย่างเต็มที่
ดึงกัญชาจากนอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องจากแพทย์และเภสัชกรกัญชาแม้กระทั่งหมอพื้นบ้าน
เอื้ออำนวยให้มีการปลูกในชุมชนซึ่งควบคุมได้อยู่แล้วเช่นในสถานีอนามัย ในวัดแม้กระทั่งในบ้านของผู้ป่วย
และนี่คือระบบในชั้นล่างของชุมชนที่เจ็บป่วย
ในชั้นที่เหนือขึ้นมาคือเกษตรกรรมเพื่อปลูก สก้ด เพื่อส่งให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ
ทำไมจะควบคุมไม่ได้เชียวหรือ?
ทั้งนี้กระบวนการในการปลูก ดิน อนามัย ปราศจากสารเคมีอันตราย สามารถกระทำได้โดยเร็ว มีขั้นตอนกระบวนการอยู่แล้ว
ถ้าเราเสียเวลาในการทำตามตัวหนังสือตามกฏหมายที่เขียนขึ้นมาเอง จะไปผลักผู้ป่วยให้ได้รับเคราะห์กรรมมากขึ้นเรื่อยๆหับถมกับความเจ็บป่วยที่มีอยู่
คิดใหม่ทำใหม่ ยังไม่สาย….นะครับ ได้โปรดกรุณาพิจารณาโดยด่วนครับ

